ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา “แม็กก้า ชวนชื่น” ตีแผ่ความจริงชีวิตในเรือนจำ

ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา "แม็กก้า ชวนชื่น" ตีแผ่ความจริงชีวิตในเรือนจำ

ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา “แม็กก้า ชวนชื่น” ตีแผ่ความจริงชีวิตในเรือนจำ

กลายเป็นข่าวดังเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2556 กรณี “แม็กก้า ชวนชื่น” หรือ “กนกพงศ์ อนุรักษ์จรรยง”โดนตำรวจจับกุมพร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ 2.2 กรัม อุปกรณ์เสพยา 1 ชุด ต่อมากลางปี 57 “แม็กก้า ชวนชื่น” ถูกศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี 10 เดือน 15 วัน พร้อมปรับอีก 150,000 บาท คดีค้ายาไอซ์ โดยไม่รอลงอาญา

วันนี้อดีตตลกชื่อดังได้พ้นโทษแล้วกลับมาใช้ชีวิตอิสระอีกครั้งและขอออกมาถ่ายทอดอุทาหรณ์ชีวิตในเรือนจำที่เขานั้นเปรียบเทียบให้เป็นเสมือน “นรกบนดิน” ปีกว่าๆ กับการไปใช้ชีวิตนักโทษที่ต้องรับโทษในเรือนจำนั้นสอนบทเรียนอะไรให้กับเขาถึงขั้นเอ่ยปากว่าเข็ดจนวันตายต้องติดตาม

“มันเกิดจากจังหวะชีวิตของผมที่ไม่ดีชีวิตเรามันเคยมีงานกับงานตลอดมัน พอชีวิตมาเจอหลายๆ อย่างๆ งานไม่มี ธุรกิจล้มเหลว ชีวิตคู่ก็พัง ทุกอย่างเหมือนเหลือตัวคนเดียวจนผมเครียด แต่ผมก็ผิดที่ไปเลือกชีวิตให้เดินทางผิดจนเกิดเรื่องราวตามข่าวซึ่งผมดีใจนะที่ได้ติดคุกเพราะว่าการที่เข้าไปอยู่ในนั้นมันทำให้มีเวลาคิดถึงตัวเองมากขึ้น ได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆ มากขึ้น”

ตลกชื่อดัง “แม็กก้า ชวนชื่น” เล่าย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่ตกต่ำของชีวิตที่เกิดจากการเลือกใช้ชีวิตในทางที่ผิดจึงทำให้ชีวิตตัวเองต้องเดินเข้าสู่การคุมขังในเรือนจำที่เปรียบเสมือนนรกบนดิน

“ตอนนั้นผมคิดอย่างเดียวว่าชีวิตจบแล้ว ผมก็ขายรถเพื่อประกันตัวออกมาและไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากใครเพราะว่าเรารู้ตัวดีเรื่องแบบนี้ใครก็ไม่อยากยุ่งอยู่แล้ว ก็ได้ประกันตัวและมารอการตัดสินตอนปี 57 ซึ่งผมก็ได้ทำใจไว้แล้วและก็ยอมรับคำตัดสินไม่ได้ทำเรื่องสู้คดีต่อ ยอมรับไปเลยจะได้จบๆ เพราะมันทุกข์อยู่กับการรอการตัดสินเป็นปีและงานการก็ไม่มี วันแรกที่เข้าไปอยู่มันทำใจไม่ได้หรอกเข้าไปปุ๊บเป็นลานกว้างๆ ข้างๆ ก็เป็นแดนขังผมเจอให้แก้ผ้าหมดเลยเพื่อตรวจว่ามาเสพติดเข้าไปหรือเปล่า นอนวันแรกร้องไห้ผมก็ต้องปรับตัวเพราะว่าเราต้องอยู่ให้ได้”

ตีแผ่ “ความจริง” ชีวิตในเรือนจำ

“การนอนก็นอนลำบากเขาเรียกว่านอนแบบฟีโน่ มันคือท่ามอเตอร์ไซต์ซ้อนสามอย่างนั้นเลย แถวละสิบยี่สิบคนเบียดกันห้องนึงนอนแปดสิบ แล้วที่เหลือเปลครับผูกเปลนอนเคยเห็นรังนกนางแอ่นมั้ยอย่างนั้นเลย ที่นอนแค่ผ้าสามผืนคือคือปูหนึ่งผืนเป็นหมอนหนึ่งผืนและก็ห่มหนึ่งผืน แล้วคิดดูคนที่ต้องอยู่ในนั้นเป็นสิบๆ ปี อาบน้ำอีกพอบ่ายโมงครึ่งเขาจะล็อกประตูไว้จะไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งในบ่ออาบน้ำเขาจะเติมน้ำให้เต็ม นักโทษที่รออยู่ข้างนอกยาสระผมก็บีบรอเลยฟันก็แปรงรอแบบไม่มีน้ำ 700 คน”

“ทำกันแบบนี้พอเป่าปรี๊ดพุ่งเข้าตักจ้วงกันแรกๆ ขันหายเลยสระผมอยู่หันมาอีกมีขันหายเป็นอย่างนี้จริงๆ แล้วมันเป็นอ่างโล่งๆ กลางแจ้งไม่มีหลังคาแก้ผ้าทุกคนไม่ว่าจะนักโทษเก่าหรือใหม่อาบรวมกันหมด อาหารการกิน ขาไก่บวมเท่ามือเลยก็ไม่รู้ทำไมมันบวม หมูมีแต่มันชิ้นเป้งๆ ผมออกมาเบื่อไส้กรอกเลยเพราะไส้กรอกทำได้ทุกอย่าง ผัดกระเพรา ต้มยำ แกงจืด อยู่ข้างในผมได้กินน้อยมากกินวันละสองมื้อน้ำหนักลง 15 กิโล ตอนนออกมาใหม่ๆ คนตกใจว่าเป็นอะไรป่วยหรือเปล่า”

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากความเป็นอยู่ในเรือนจำที่ตลกชื่อดัง “แม็กก้า ชวนชื่น” จะหยิบมาพูดเพื่อสะท้อนให้เห็นว่าไม่ได้สุขสบายแล้วการ “ขาดอิสรภาพ” ก็ทำให้เขาได้ทบทวนการใช้ชีวิตในทางที่ผิดมากขึ้น

“ผมได้ไปเห็นความเป็นอยู่ทุกแดนขังมาแล้ว ยอมรับเลยว่าผมเข็ดจริงๆ ผมบอกได้คำเดียวเลยว่าคุกสอนให้ทุกคนเป็นคนดีไม่ได้สอนให้คนเป็นคนไม่ดีคนจะดีไม่ดีมันอยู่ที่สันดาน การขาดอิสรภาพในชีวิตทำให้ผมเข็ดขยาด และก็วงจรชีวิตเก่าๆ ผมไม่อยากเป็นแบบนี้แล้ว อยากได้โอกาสที่ดีๆ ปีกว่าๆ ที่ผมอยู่ในเรือนจำปฏิทินตั้งอยู่บนเครื่องขยายเสียงที่ผมต้องเข้าไปทำงานเป็นคนประกาศผมกากบาทนับวันทำไมมันช้ามากๆ กว่าจะถึงวันที่เราจะได้ออกไป”

ชีวิตรู้ซึ้งคำว่า “ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา”

“ผมในฐานะคนที่เคยเข้าไปรับโทษข้างในเรือนจำผมบอกได้เป็นอุทาหรณ์ แต่ผมห้ามใจคนที่เขาคิดทำผิดอย่าเข้าไปเลยดีกว่า ถ้าเข้าไปแล้วมันขาดอิสรภาพความลำบาก ระหว่างลำบากข้างในกับลำบากข้างนอก ยอมมาลำบากข้างนอกดีกว่า วันๆ มองแต่กำแพงทนได้หรือเปล่า ผมฝากไว้เลยถ้าใครที่ยังคิดไม่ได้อยากรู้จักตัวเองมากขึ้นให้ลอง บางคนหรือใครที่มาเม้นท์มาว่าผมในโซเชียลถามว่าผมสะเทือนใจมั้ย ผมไม่สะเทือนใจเพราะว่าผมเจอมาหนักกว่านี้แล้ว ใครๆ จะว่าก็ว่าผมเถอะเพราะว่าผมไม่ดี ผมว่าตัวเองผมไม่ว่าใครขอโทษด้วยที่ผมติดคุกมา แต่คุกก็ได้สอนให้ผมเป็นคนผมถึงไม่ตอบโต้ใครที่ซ้ำเติมผม”

แม้จะยอมรับว่าตัวเองเคยผ่านคุกผ่านตารางโดนซ้ำเติมต่างๆ นานาแต่นั้นก็ใช่สิ่งที่เท่ากับการเจอตราหน้าเป็นตลกค้ายา

“คำนี้เป็นคำที่ผมเจ็บสุดๆ คนไทยส่วนมากจะไม่รู้ ถ้าคุณมีสารแอมเฟเตมีนเกิน 0.375 กรัม คุณจะโดนว่าเป็นคนขายแล้ว บางคนนี่ยิ่งกว่า 0.4 กรัม โดนจำคุกสองปีไม่มีใครรู้หรอกเรื่องแบบนี้ ของผมตอนที่โดนจับ 2 กรัมซึ่งจริงๆ พอมันแยกสารบริสุทธิ์แล้วเหลือ 1.37 กรัม ผมถามหน่อยถ้าเกิดคนซื้อมาเล่นขอซื้อยาหน่อย 0.375 กรัม มันไม่มีไงแบบนี้”

“และเพราะแบบนี้คนถึงโดนข้อหาค้ากันเยอะ ผมอยากฝากตรงนี้ไว้ด้วยถ้าคุณพกนิดเดียวคุณก็เท่ากับจำหน่ายแล้วบางคนไม่รู้ไงก็มาบอกว่าขายยาอย่างนั้นอย่างนี้ มันเจ็บตรงนี้ครับแต่ผมก็ผิดที่ไปยุ่งกับมัน ต้นเหตุมาจากผมแต่เรารู้ตัวเราเองอยู่แล้วผมไม่เคยโทษใคร ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้นผมไปยุ่งกับมันผมก็ได้รับโทษ”

“บทเรียนชีวิต” และ “อิสรภาพกลับคืน”

“ผมออกมาผมเซ่อร์ๆ มึนๆ ไปเลยได้ใช้เงินครั้งแรกได้จับเงินแบงค์ตกใจ นั่งรถยังถามตัวเองว่านี่เรานั่งแท็กซี่หรอมันเหมือนฝันพอถึงบ้านอาบน้ำยังคิดว่านี่อาบน้ำฝักบัวหรอนี่นอนแอร์หรอทุกอย่างรอบๆ ตัวผมมันใหม่หมดเลยครับ และบทเรียนที่ผมได้คือผมคุยกับตัวเองจนได้รู้ว่าอนาคตควรจะไปเดินแบบไหน แล้วสิ่งที่ผิดพลาดทุกๆ อย่างที่ผ่านมาควรจะแก้ไขอย่างไง ส่วนคนภายนอกที่มองผมก็อยากให้เปิดใจให้กว้างๆ”

ผมรู้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ใจแคบกันหรอก ถ้าเกิดยังอยากให้โอกาสผมอยู่ผมก็พร้อมที่จะทำงานเพราะผมก็มีครอบครัวมีแม่เลี้ยงดู ผมทำได้ทุกอย่างอยู่ไหนก็ได้เพราะผมผ่านนรกบนดินมาแล้วคนติดคุกมันก็เหมือนผีที่มีญาติและผีที่ไม่มีญาติตอนที่ติดรอญาติมาหาก็เหมือนรอญาติทำบุญให้รอส่วนบุญจริงๆ จะไปเข้าฝันก็ไม่ได้มันไม่ดีตรงนี้ไม่เหมือนผีที่ยังไปได้นะ”