สรยุทธ ยอมรับสภาพนอนคุก เผยไม่คิดหนี เพราะถ้าหนีต้องหนีตลอดชีวิต

   ไบรท์ พิชญทัฬห์ เผยหลังเข้าเยี่ยม สรยุทธ สุทัศนะจินดา ตัดผมเกรียน-ใส่ชุดนักโทษตามกฎ เจ้าตัวบอกไม่คิดหนี เพราะถ้าหนีต้องหนีตลอดชีวิต และคิดถึงจุดที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว ถ้าต้องไปถึงจุดนั้นจริง ๆ หลังจากที่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำในคดีบริษัท ไร่ส้ม ยักยอกเงินค่าโฆษณา 138 ล้านบาท โดยถูกตัดสินโทษจำคุก 13 ปี 4 เดือน ก็มีบรรดาคนใกล้ชิดเข้าเยี่ยมยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงน้องสาวคนสนิท ไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ผู้ดำเนินรายการร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้

ทั้งนี้ ไบรท์ พิชญทัฬห์ เผยว่า พี่ยุทธตัดผมสั้นทรงนักเรียนแล้ว และใส่ชุดนักโทษสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งพี่ยุทธบอกว่าผมเพิ่งถูกตัดเมื่อเช้า (30 สิงหาคม 2560) โดยรวมมีกำลังใจดี แต่คืนแรกยังนอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจากแปลกที่ ก็ต้องปรับตัว ถ้าจะบอกว่าไม่เครียดเลย ไม่กังวลเลย ปรับตัวได้เลย ก็คงจะไม่ใช่ อยู่สบายดีก็คงจะไม่ใช่ เพราะว่าที่นั่นก็คือเรือนจำ แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ต้องอยู่ให้ได้ ถ้ามองในแง่ดี การเข้ามาใช้ชีวิตในนี้ถือว่าเข้าไปหาบทเรียนชีวิต ได้คุยกับคนหลายคน มีหลายเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน มีหนังสือให้อ่าน เริ่มปรับตัวได้บ้าง

“และประเด็นสำคัญที่พี่ยุทธพูดกับไบรท์ก็คือ ยืนยันว่าไม่เคยคิดจะหนี เพราะว่าถ้าจะหนีมันต้องหนีตลอดชีวิต การหนีพี่ยุทธบอกว่ามันไม่ใช่การแก้ปัญหา ถ้าหนีไป หนีอยู่ในเมืองไทย คนก็จำหน้าพี่ได้หมด ถ้าหนีไปอยู่เมืองนอก คนไทยที่เมืองนอกก็รู้จักพี่อยู่ดี ก็จับตัวพี่ส่งกลับมาที่ประเทศไทยอยู่ดี เพราะฉะนั้นถ้าหนีเท่ากับว่าชีวิตที่หนี ต้องซ่อนตัวตลอดทั้งชีวิต ถ้าอยู่ในเรือนจำ มันยังมีจุดสิ้นสุด อยู่ลำบาก แต่ว่าก็ต้องค่อย ๆ ปรับตัวไป

พี่คิดถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้ว ว่าจุดที่เลวร้ายที่สุดมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้สิ่งที่กังวลมากที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องสุขภาพคุณแม่ เพราะคุณแม่ป่วยหนักอยู่ ณ เวลานี้ มันก็มีประโยคประโยค ๆ หนึ่งที่พี่ยุทธพูดกับไบรท์ว่า คือกลัว…กลัวว่าจะออกมาไม่ทันได้ดูคุณแม่”

ไบรท์ พิชญทัฬห์ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ถ้าพี่ยุทธได้ออกมาจากเรือนจำ เจ้าตัวก็บอกว่า ต้องมาดูว่าสิ่งไหนที่อยากทำบ้าง และโประโยคทิ้งท้ายคือ…“ไม่ต้องห่วง พี่อยู่ได้”

สรยุทธ สุทัศนะจินดา

ขณะที่ นายมนต์อนันต์ เรืองจรัส ทนายความของนายสรยุทธ เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถประกันตัวได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างร่างคำร้อง รายละเอียดต่าง ๆ ในการเตรียมยื่นฎีกา รวมถึงศึกษาประเด็นปัญหาที่จะให้ศาลฎีกาพิจารณา พร้อมศึกษาคำพิพากษาอย่างละเอียด เพราะก่อนหน้านี้ศาลวินิจฉัยว่าเป็นคดีที่มีข้อจำกัดในการประกันตัวและยื่นฎีกา จึงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ในกรอบระยะเวลา 30 วันหลังมีคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์

นายมนต์อนันต์ กล่าวว่า นายสรยุทธไม่ได้สั่งกำชับเรื่องใดเป็นพิเศษ ทั้งเรื่องความต้องการส่วนตัวและเรื่องคดีความ

 


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

“สรยุทธ” คัมแบค! จัดรายการคู่ “หนุ่ย เอกราช” ผ่านเว็บ

"สรยุทธ" คัมแบค! จัดรายการคู่ "หนุ่ย เอกราช" ผ่านเว็บ

“สรยุทธ” คัมแบค! จัดรายการคู่ “หนุ่ย เอกราช” ผ่านเว็บ

เฟซบุ๊กรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เผยแพร่คลิปตัวอย่างรายการ ยุทธ-หนุ่ย คุยยูโร 2016 โดยเป็นรายการที่ สรยุทธ สุทัศนะจินดา จัดคู่กับ หนุ่ย เอกราช เก่งทุกทาง ผู้ประกาศข่าวและผู้บรรยายกีฬาชื่อดัง

โดยรายการดังกล่าวจะเป็นรายการพูดคุยเกี่ยวกับฟุตบอลยูโร 2016 โดยจะออกอากาศผ่านเว็บไซต์ www.เรื่องเล่าเช้านี้.com ในเวลา 18.00 น. ซึ่งแฟนคลับของนายสรยุทธต่างเข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ทวิตเตอร์คุณ ‏@Annanop ได้ทวีตข้อความว่า “รายการ ยุทธ-หนุ่ย  คุยยูโร เทปแรก ความยาว  5 นาที ส่วนความถี่ในการออกอากาศนั้น รายสะดวก #สรยุทธ #ยูโร2016”

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊กเรื่องเล่าเช้านี้ ,อินสตาแกรม @sorrayuth9111 และทวิตเตอร์ @Annanop

สรยุทธ ลั่นเดินหน้าสู้คดีต่อ เผยถูกดำเนินคดีซ้ำซ้อนในความผิดเดิม

สรยุทธิ์สู้คดีเต็มที่

สรยุทธ ลั่นเดินหน้าสู้คดีต่อ เผยถูกดำเนินคดีซ้ำซ้อนในความผิดเดิม

จากกรณีสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เห็นควรสั่งฟ้อง นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พร้อมพวกอีก 3 คน ฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม กรณีปลอมใบคิวโฆษณา บริษัท ไร่ส้ม จำกัด เพื่อฉ้อโกงค่าโฆษณา สร้างความเสียหายให้ อสมท มูลค่า 138 ล้านบาท

ล่าสุดวันนี้ (2 มิ.ย.) ศาลอาญาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคาประกันคนละ 3 แสน พร้อมนัดตรวจหลักฐานสอบคำให้การวันที่ 29 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 น.

ต่อมา นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้โพสต์ข้อความลงในอินสตาแกรมส่วนตัว @sorrayuth9111 ระบุว่า…

“ตามที่พนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องบริษัท ไร่ส้ม จำกัด นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา, นางสาวมณฑล ธีระเดช และ นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด ความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ในวันนี้นั้น

กระผม นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ขอชี้แจงว่า

1. คดีนี้พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ได้กล่าวหาผมและบุคคลอื่น ๆ ว่ากระทำผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นเรื่องเดียวกันกับคดีของศาลอาญา หมายเลขดำที่ อ.313, อ.342-2558 ในเรื่องทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดที่เกี่ยวข้องกันของเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้สนับสนุน ซึ่งตามหลักกฎหมายอาญา การกระทำตามข้อกล่าวหาดังกล่าวหากจะเป็นความผิดก็เป็นการกระทำความผิดเพียงกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาเป็น คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.595-596/2559 โดยข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนล้วนปรากฏอยู่ใน “คำพิพากษาของศาลอาญา” อย่างครบถ้วน

ดังนั้น การมากล่าวหาหรือฟ้องในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิปลอม และร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน แก่ผมและบุคคลอื่น ๆ อีก จึงเป็นการดำเนินคดีกับผมหลายครั้งจากการกระทำครั้งเดียว ซึ่งน่าจะขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) และทำให้ผมกับบุคคลอื่น ๆ ได้รับความเดือดร้อนเกินสมควรจากการถูกดำเนินคดีซ้ำซ้อน

2. บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ผู้กล่าวหา ได้นำเรื่องนี้ไปยื่นฟ้องคดีเองต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 8134/2558 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนมูลฟ้องว่าศาลจะรับคำฟ้องไว้พิจารณาต่อไปหรือไม่ พนักงานอัยการจึงไม่จำเป็นต้องฟ้องคดีเองอีก และไม่มีประเด็นต้องกังวลเรื่องอายุความอีกต่อไป

3. สำหรับคดีที่ศาลอาญามีคำพิพากษาดังทราบอยู่แล้วนั้น ผมมั่นใจในความบริสุทธิ์ของผม และขอใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผมในศาลสูงต่อไป

4. เป็นที่น่าสงสัยว่า ภาพถ่ายรายงานการสอบสวนคดีอาญาที่ 1596/2550 ประกอบด้วยภาพหลักฐานทางคดี ความเห็นของพนักงานสอบสวน สรุปคำให้การของผม บริษัท ไร่ส้ม จำกัด และพยานในคดี ถูกนำออกไปเผยแพร่โดยสื่อมวลชนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยังมีการแสดงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมที่ไม่ถูกต้อง ทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าเป็นเรื่องใหม่ และชี้นำว่ามีการกระทำความผิดอีก