“หน่วยงานรัฐ” ค้างค่าน้ำและค่าไฟ สูงถึง 1,300 ล้านบาทเศษ’ 2 มาตรฐาน’ของสังคมไทย

รัฐค้างค่าน้ำค่าไฟ

 

กลายเป็นประเด็นที่ต้องพูดถึงในเวลานี้ เมื่อปรากฏข่าว “หน่วยงานรัฐ” ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค ทั้งค่าน้ำและค่าไฟ สูงถึง 1,300 ล้านบาทเศษ ซึ่งหน่วยงานเจ้าหนี้ ล้วนแต่เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นั่นคือ…

1.ยอดค้างชำระในส่วนของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มีประมาณ 23 ล้านบาท
2.ยอดค้างชำระในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีประมาณ 1,260 ล้านบาท
3.ยอดค้างชำระในส่วนของการประปานครหลวง (กปน.) มีประมาณ 25 ล้านบาท
4.ยอดค้างชำระในส่วนของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) มีประมาณ 49 ล้านบาท

ซึ่งตัวเลขประมาณการนี้ เป็นยอดค้างสะสมจนมาถึงยอดค้างในปัจจุบัน…และเป็นหนี้ค้างชำระของหน่วยงานทุกสังกัด ทั้งหน่วยราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ท้องถิ่น รวมทั้งกทม. และพัทยา ที่มีการค้างชำระค่าสาธารณูปโภค

เมื่อมาฟังเหตุผลของ “ผู้บริหาร” อย่าง “เสรี ศุภราทิตย์” ผู้ว่าการ กปภ. ที่บอกชัดถ้อยชัดคำว่า “เราก็ทวงถามให้มาชำระยอดค้างจ่ายค่าน้ำของส่วนราชการต่างๆ แต่เป็นลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ได้กำหนดกรอบการชำระแต่อย่างใด โดยจะไม่มีการฟ้องร้องหรือตัดน้ำ เพราะจะส่งผลเดือดร้อนแก่ประชาชนที่มาติดต่องานราชการ”

หรือแม้แต่ “เสริมสกุล คล้ายแก้ว” ผู้ว่าการ กฟภ. ก็บอกว่า “มีหนังสือแจ้งหนี้ทุกเดือนอยู่แล้ว แต่หลังจากมีมติครม. ออกมา ทาง กฟภ.ก็จะทำหนังสือแจ้งหนี้ไปอีกครั้ง ซึ่งกรอบเวลาการชำระเงินคงต้องหารือในที่ประชุมก่อน ส่วนยอดค้างชำระค่าไฟของส่วนราชการต่างๆ นั้น มีอยู่ประมาณหลักพันล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้จะไม่มีการฟ้องร้องหรือตัดไฟ แต่จะเป็นการส่งหนังสือแจ้งย้ำเตือนไปเท่านั้น”

ถือเป็นเหตุผลที่บ่งบอกว่า “สองมาตรฐาน” ในสังคมไทย

ค่าน้ำขค่าไฟ

 

เพราะเมื่อเทียบกับชาวบ้านธรรมดาๆ กลับไม่ได้รับสิทธิ์พิเศษที่ว่านี้ โดยเฉพาะกับ “ค่าไฟ” ผิดนัดชำระ(หลังมีใบแจ้งเตือน)ปุ๊บ ถูกตัดไฟทันที ส่วน “ค่าน้ำ” ยังดีหน่อย มียืดหยุ่นให้ 2 เดือน ถ้าไม่จ่ายถึงจะตัด

หากมองอย่างแฟร์ๆ ชาวบ้านธรรมดาก็เดือดร้อนเช่นกัน แต่ทำไม “หน่วยงานรัฐ” กลับได้รับสิทธิ์พิเศษ ทั้งๆ ที่ในแต่ละปี หน่วยงานรัฐจะมีการตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคอยู่แล้ว หรือเป็นเพราะ…มีการนำไปใช้ หรือโยกไปใช้ในส่วนอื่นที่ไม่จำเป็นแทน

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง…แสดงให้เห็นว่า “ผู้บริหารของหน่วยงานรัฐ” ที่ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค “บกพร่อง” ในเชิงบริหารจัดการ

งานนี้มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า หากมีชาวบ้านไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอพิสูจน์ 4 หน่วยงานรัฐคือ “กฟน.-กฟภ.-กปน.-กปภ.” ว่า “เลือกปฏิบัติ-สองมาตรฐาน” อะไรจะเกิดขึ้น!!!

อีกด้านหนึ่ง “สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน” หรือ “สตง.” ที่ทำหน้าที่สอดส่อง ตรวจสอบ…ควรอย่างยิ่งที่จะเข้าไปดูรายละเอียดว่า มี “หน่วยงานรัฐใดบ้าง” ที่ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค และตรวจเช็คว่าเป็นเพราะเหตุใด และทำไม…ถึงค้างจ่าย เพื่อให้สมกับสโลแกนที่ว่า “เงินแผ่นดิน คือเงินของประชาชนทั้งชาติ”

ทั้งยังเป็นเรื่องที่ 4 หน่วยงานรัฐคือ “กฟน.-กฟภ.-กปน.-กปภ.” ต้องเร่งดำเนินการในการติดตามทวงหนี้ หากไม่จ่าย ลองตัดน้ำ-ตัดไฟ…ดูสักหน่อย จะได้รู้ว่า ความเดือดร้อนที่ชาวบ้านธรรมดา “โดน” นั้น…เป็นเช่นไร???

นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า “สองมาตรฐาน” ในสังคมไทย…ยังมีอยู่จริง

และเป็นเรื่องที่ชาวบ้านธรรมดา…ควรออกมาเรียกร้องไปยัง 4 หน่วยงานรัฐคือ “กฟน.-กฟภ.-กปน.-กปภ.” ว่า “อย่าสองมาตรฐาน”

 

ค่าน้ำค่าไฟ

ที่มา:dailynews