เปิดใจนักศึกษาสาวถูกรุ่นพี่ลวนลาม ยันไม่อาย..คนทำผิดที่ต้องอาย

ถูกรุ่นพี่ลวนลาม

นักศึกษาสาวธรรมศาสตร์ เผยรู้สึกแย่ ถูกสังคมมองในแง่ลบ หลังเปิดเรื่องราวต่อสู้กรณีถูกรุ่นพี่ลวนลาม ยันคนเป็นเหยื่ออย่าไปอาย คนที่ต้องอายคือคนทำผิด !! ตกเป็นกระแสฮือฮาอย่างมากในสังคมไทย เมื่อนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รายหนึ่ง ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวการถูกรุ่นพี่ที่คณะลวนลามทางเพศ เธอต่อสู้จนได้รับความเป็นธรรม เพื่อเป็นตัวอย่างให้เหยื่อของการกระทำเช่นนี้ ลุกขึ้นมาต่อสู้ อย่าอาย เพราะคนที่ต้องอายคือคนที่กระทำผิด

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด (21 สิงหาคม 2560) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานบทสัมภาษณ์ นางสาวธารารัตน์ ปัญญา เผยว่า หลังจากที่ตนได้มีการเปิดเผยเรื่องราวลงบนโซเชียลก็ยอมรับว่ามีคนที่แสดงความคิดเห็นในแง่ลบ แต่หากตนอับอายที่จะคิดต่อสู้นั้น เรื่องแบบนี้ก็จะยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก ซึ่งตนเองเชื่อว่าเรื่องราวของรุ่นน้องที่ถูกรุ่นพี่ล่วงละเมิดนั้นไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก แต่ผู้ถูกกระทำกลับเลือกที่จะไม่เปิดเผยเพียงเพราะว่าอับอาย แต่ตนไม่อายเพราะคิดว่าคนที่ทำผิดต่างหากที่จะต้องอาย ไม่ใช่ตน

ถูกรุ่นพี่ลวนลาม

ทั้งนี้ ตนได้รับกำลังใจและความเข้าใจจากคนในครอบครัวและสถาบันการศึกษา จึงทำให้ตนไม่รู้สึกแย่มากนัก แต่ก็จะมีบางส่วนในสังคมที่กลับมองตนในแง่ลบและวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา ทั้งที่ไม่รู้จักหรืออยู่ในเหตุการณ์ นี่แหละที่อาจจะทำให้ตนรู้สึกแย่

“ในเหตุการณ์การล่วงละเมิดทางเพศ เขาจะตกอยู่ในสภาวะไหน มึนเมาหรือแต่งกายอย่างไร คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมายุ่งเกี่ยวกับเนื้อตัวร่างกายหากตัวเราไม่ยินยอม เหตุการณ์แบบนี้หนูมองว่าไม่ว่าเขาจะได้รับบทลงโทษยังไง มันไม่ยุติธรรมสำหรับเหยื่อ เพราะสิ่งที่เหยื่อต้องเผชิญมันมากกว่าเหตุการณ์ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่มันคือกระแสสังคมที่เขาต้องฝ่าฟัน ปัญหาเรื่องกระบวนการ แม้กระทั่งการโดนตั้งคำถามจากสังคมรอบข้างที่ทำให้ต้องตกเป็นเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งเหล่านี้มันบั่นทอนจิตใจของคนที่จะลุกออกมาสู้ หรือปกป้องสิทธิของตนเอง”

นางสาวธารารัตน์ กล่าวอีกว่า คนที่เขากระทำผิดออกมาแล้ว ก็อยู่เฉย ๆ รอแค่เพียงผลลงโทษ ซึ่งไม่ใช่คนที่จะต้องมาแบกรับความรู้สึกแย่ ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านั้นเลย

            อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ตนไม่ได้แจ้งความ เนื่องจากคิดว่าต้องใช้เวลานาน จึงเลือกที่จะใช้วิธีส่งจดหมายร้องเรียนไปยังมหาวิทยาลัยแทน

สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  
ที่มา : kapook

น้องขิม เจ้าของเพจ ตามติดชีวิตอินเดีย ป่วยหนัก ขยับตัวไม่ได้ หมอไทยบินไปรับกลับ

น้องขิม เจ้าของเพจ ตามติดชีวิตอินเดีย ป่วยหนัก

          น้องขิม เจ้าของเพจ ตามติดชีวิตอินเดีย ป่วยหนัก ขยับตัวไม่ได้ แถมโดนขโมยเงินในโรงพยาบาล ล่าสุดหมอไทยเตรียมบินไปรับกลับมารักษาตัวต่อไป หากใครจำได้ดี ในช่วงปี 2558 นั้น ได้มีนักศึกษาไทยรายหนึ่งได้ไปเรียนต่อที่ประเทศอินเดีย พร้อมกับเปิดเฟซบุ๊ก ตามติดชีวิตอินเดีย เพื่อเผยแพร่เรื่องราวที่ประสบพบเจอในต่างแดนหลายแง่มุม ซึ่งมีทั้งความฮาและความน่ารัก (อ่านข่าว ตามติดชีวิตนักเรียนไทยในอินเดีย รับประกันความแปลก ฮา และน่ารัก)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2560 เฟซบุ๊ก Drama-addict รายงานว่า น้องขิม เจ้าของเพจดังกล่าว ได้ป่วยหนัก ไม่สามารถขยับตัวได้ และทางแพทย์ของไทยจะบินไปรับกลับไทย มารักษาตัวต่อ    ขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมว่า เธอได้ย้ายโรงพยาบาลเป็นครั้งที่สอง และเคยถูกขโมยเงินในโรงพยาบาล

น้องขิม เจ้าของเพจ ตามติดชีวิตอินเดีย ป่วยหนัก

 

น้องขิม เจ้าของเพจ ตามติดชีวิตอินเดีย ป่วยหนัก
สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : kapook

กระทงขนมปังทำน้ำเน่าหนัก นักวิชาการแนะ ลอยกระทงน้ำแข็งดอกไม้สดเล็กๆ

กระทงขนมปังทำน้ำเน่าหนัก นักวิชาการแนะ ลอยกระทงน้ำแข็งดอกไม้สดเล็กๆ

วันที่ 13 พฤศจิกายน รศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์เรื่องข้อควรปฏิบัติตัว ในวันลอยกระทง เพื่อดูแลรักษาสภาพแวดล้อม ว่า ความเป็นจริงแล้ว การที่ต่างคนต่างเอากระทง ซึ่งทำจากวัสดุต่างๆไว้ลอยในน้ำนั้นเป็นการเพิ่มขยะแน่นอน แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นประเพณีที่ทำกันมานาน ไม่ทำก็ไม่ได้ ดังนั้น จะต้องวางแผนให้รัดกุมเพื่อให้เกิดขยะให้น้อยที่สุด และสามารถจัดการขยะนั้นให้เร็วที่สุดเช่นกัน

“รูปแบบของกระทงมีหลายชนิด ถ้าพูดถึงความสะดวกในการเก็บ กระทงโฟมคงจะเก็บง่ายที่สุด กระทงที่เป็นขนมปัง ก็ใช่ว่าจะดี เพราะแป้งที่อยู่ในน้ำนานๆทำให้น้ำเน่าได้เร็วมาก ดังนั้น การเอากระทงขนมปังไปลอยที่ไหน ต้องให้มั่นใจว่า ในน้ำนั้นมีปลาจำนวนมากพอที่จะกินขนมปังให้หมด ด้วย ส่วนกระทงที่ส่งผลกระทบกับแหล่งน้ำน้อยที่สุดเวลานี้คือ กระทงน้ำแข็ง ผมว่าก็เป็นแนวคิดที่ดี แต่คนที่เอาไปลอยคงต้องทุ่มเทนิดหน่อยคือ ต้องหาลังโฟมใส่กระทงไว้ก่อนที่จะเอาไปลอย ป้องกันน้ำแข้งละลาย ก่อนจะเอาไปลอย ซึ่งกระทงน้ำแข็งเมื่อละลายหมด ก็ไม่มีผลใดๆหับแหล่งน้ำ ยกเว้นธูปเทียนที่ใส่ลงไป ซึ่งก็ถือว่าน้อยกว่ากระทงชนิดอื่นๆ ส่วนคนยุคใหม่หลายๆคน เสนอแนวคิดมาว่า ลอยกระทงในโซเชียล เหมาะกับยุคนี้ที่สุด แค่เข้าไปในเว็บ หรือ ใช้ตัวแอปลิเคชันต่างๆ คลิ้กแค่คลิ้กเดียวก็ถือว่าลอยกระทงแล้ว ก็ดีเหมือนกัน แล้วแต่ใครจะเลือกใช้วิธีไหน ให้คิดถึงความเหมาะสมที่สุด”รศ.เจษฎา กล่าว

ผศ.จิรพล สินธุนาวา นักวิชาการสิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัญหาขยะลอยน้ำ และมลพิษปนเปื้อนแหล่งน้ำ ตามมาสร้างปัญหาทุกครั้งหลังจากวันลอยกระทง ในสมัยโบราณนั้นจะลอยกระทงที่ไหน กระทงทำด้วยอะไรก็ได้ ปัญหามีน้อย เพราะคนน้อย แต่ทุกวันนี้คนมากจะทำอะไรก็ต้องคิดให้มากขึ้นกว่าเดิม การทำกระทงใหญ่ กระทงสวย แต่เมื่อเอาไปลอยแล้วไม่ไปเก็บกลับมาก็สร้างภาระให้แหล่งน้ำ ดังนั้น การลอยกระทงต้องมีสติไม่สร้างภาระให้แหล่งน้ำ

“ลอยกระทงในน้ำระบบปิด มีการควบคุมการไหลของน้ำจะสะดวกต่อการเก็บมากกว่าลอยในแหล่งน้ำเปิด ที่ลอยอยู่ตรงนี้แต่ไปเป็นภาระแก่พื้นที่อื่น ควรลอยกระทงเป็นหมู่คณะ 1 คณะ หรือ 1 ครอบครัว หรือ 1 คู่รัก ต่อ 1 กระทง และเป็นกระทงเล็กๆ มากกว่า ต่างคนต่างลอย จะช่วยลดปริมาณมวลขยะได้จำนวนมาก ส่วนการลอยกระทงขนมปังนั้น ไม่ค่อยสนับสนุนนัก เพราะเมื่อขนมปังจำนวนมากไปรวมกันในน้ำจะย่อยสลายช้า เป็นสารอินทรีย์ ทำให้น้ำขาดออกซิเจน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเอาขนมปังไปทำกระทงไม่ได้ ทำได้แต่ขอให้เป็นกระทงเล็กๆ ธูปเล็กๆเทียนเล็กๆ กระดาษสีตกแต่งไม่ต้องมี ดอกไม้ก็ควรใช้ดอกไม้สด ดอกเดียวก็พอ และที่สำคัญควรลอยในที่ที่มีปลามากพอที่จะกินกระทงได้หมด”ผศ.จิรพล กล่าว

นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กล่าวว่า จากสถิติการจัดเก็บกระทงในเขตกรุงเทพฯ ในปี 2551-2557 พบว่า สัดส่วนกระทงที่ทำจากโฟมมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเปรียบเทียบกับปี 2554 ที่มีกระทงทำจากโฟมจำนวน 57,837 ใบ คิดเป็นร้อยละ 18 โดยในปี 2555 มีจำนวน 131,338 ใบ คิดเป็นร้อยละ 14 ปี 2556 มีจำนวน 107,848 ใบ คิดเป็นร้อยละ 12 และปี 2557 มีจำนวน 96,069 ใบ คิดเป็นร้อยละ 10 และในปีล่าสุด 2558 กทม.เก็บกระทงได้จำนวน 825,614 ใบ เป็นกระทงทำจากวัสดุธรรมชาติ 754,587 ใบ คิดเป็นร้อยละ 91.4 กระทงโฟม 71,027 คิดเป็นร้อยละ 8.6

กระทงขนมปังทำน้ำเน่าหนัก นักวิชาการแนะ ลอยกระทงน้ำแข็งดอกไม้สดเล็กๆ

กระทงขนมปังทำน้ำเน่าหนัก นักวิชาการแนะ ลอยกระทงน้ำแข็งดอกไม้สดเล็กๆ

ที่มา : มติชน

บุกช่วย 2 พี่น้อง พ่อคลั่งจับขังกระทืบ ไม่ยอมให้ไปเรียน

บุกช่วย 2 พี่น้อง พ่อคลั่งจับขังกระทืบ

บุกช่วย 2 พี่น้อง พ่อคลั่งจับขังกระทืบ ไม่ยอมให้ไปเรียน

ตำรวจบุกบ้านที่กาฬสินธุ์ ช่วยเหลือเด็ก 2 พี่น้อง ถูกพ่อแท้ๆ จับขังเอาไว้ในบ้าน ทำร้ายร่างกาย ไม่ยอมให้ไปโรงเรียน ชาวบ้านสุดทน..วอนช่วย

เมื่อวันที่ (8 มิ.ย.) ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบเด็กหญิงวัย 11 ปี และเด็กชายวัย 14 ปี ถูก นายวิบูลย์ อายุ 40 ปี ผู้เป็นพ่อกักขังไว้ในบ้าน ไม่ให้ออกไปไหนมาไหน จนเด็กไม่ได้ไปเรียนหนังสือ อีกทั้งยังทำร้ายร่างกายเด็กได้รับบาดเจ็บด้วย ชาวบ้านทนพฤติกรรมไม่ไหวจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่

ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเมืองกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ และผู้นำชุมชนนำ เข้าตรวจสอบที่บ้านหลังเกิดเหตุ

โดยจากการตรวจสอบพบเด็กหญิงและเด็กชายอยู่ในบ้านโดยปิดประตูไว้ ส่วน นายวิบูลย์ ผู้ที่เป็นพ่อได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า เด็กทั้งสองยังอยู่ในอาการตกใจ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้ทำการปลอบ เพื่อให้เด็กไม่ตกใจ เบื้องต้นเด็กมีอาการซึมและไม่ยอมพูดอะไร เพราะกลัวว่าจะถูกผู้เป็นพ่อดุด่าและทำร้าย

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ปกติแล้ว นายวิบูลย์ มักดื่มสุราและเสพสารเสพติด จนมีอาการคลั่งทำลายข้าวของและทำร้ายลูกทั้งสองคนเป็นประจำ โดยมักจะกักขังไม่ยอมให้ลูกออกไปจากบ้านทั้งวัน ทำให้เด็กๆ ไม่ได้ไปเรียนหนังสือ

ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มาทำการรับเด็กไปไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กแล้ว หลังจากที่ยายกลับมาจากจังหวัดอุดรธานี จึงได้ไปขอตัวเด็กกลับมาอยู่บ้าน ซึ่งอยู่ได้ไม่นาน นายวิบูลย์ ก็มีอาการเมาสารเสพติดและอาละวาดทำร้ายร่างกายลูกและกักขังลูกอีกรอบ

เพื่อนบ้านทนพฤติกรรมไม่ไหวจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือเด็กทั้งสอง โดยทางเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ จะได้นำเด็กทั้งสองไปที่สถานเลี้ยงเด็ก ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจะเร่งติดตามตัวนายวิบูลย์เพื่อมาสอบปากคำและจะดำเนินคดีในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายร่างกายลูกตัวเอง

ทำไปเพื่อ? คุณพ่อขับเฮลิคอปเตอร์ ผูกด้ายถอนฟันลูก

ทำไปเพื่อ? คุณพ่อขับเฮลิคอปเตอร์ ผูกด้ายถอนฟันลูก

ทำไปเพื่อ? คุณพ่อขับเฮลิคอปเตอร์ ผูกด้ายถอนฟันลูก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คลิปช่วงเวลาประทับใจในวัยเด็ก เมื่อฟันน้ำนมโยกใกล้หลุดออกจากเหงือก มักจะถูกบันทึกภาพเก็บเอาไว้ คุณพ่ออเมริกันคนหนึ่งลงทุนขับเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ พร้อมกับผูกด้ายไว้ที่ฟันของลูกชาย ก่อนจะถอนออกมา แม้สังคมออนไลน์จะไม่เข้าใจ “…จะเล่นใหญ่ไปทำไม”

สมาชิกผู้ใช้เว็บไซต์ยูทูปชื่อ Rick Rahim ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่ให้ชาวเน็ตทั่วโลกต้องอึ้ง เมื่อเขาขับเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์และสร้างความประทับใจให้กับลูกชาย โดยเขาผูกด้ายจากส่วนหน้าเครื่องบินไปยังฟันซี่หน้าในปากของลูกชายตัวน้อย ที่ยืนห่างออกไปอยู่หลายเมตร

หลังจากนั้นไม่นาน คุณพ่อขับเฮลิคอปเตอร์ส่งสัญญาณ ก่อนจะค่อยๆ บินขึ้นเครื่องบินขึ้นไปเล็กน้อย เมื่อด้ายตึงขึ้นก็กระชากฟันน้ำนมของลูกชายออกได้อย่างนิ่มนวล ท่ามกลางทีมงานที่คอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด โดยที่เด็กน้อยแทบจะไม่รู้สึกเจ็บอะไรกับการถอนฟันครั้งนี้เลย

อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป แม้ว่าภาพดังกล่าวจะสร้างความตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมถอนฟันครั้งนี้ แต่ก็มีชาวเน็ตบางส่วนไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ เพราะเห็นว่าสิ้นเปลืองและโอเว่อร์จนเกินเหตุ การถอนฟันซีกเดียว ไม่จำเป็นต้องลงทุนมากมายอะไรขนาดนี้

แต่ที่ผ่านมามักจะเห็นภาพการถอนฟันให้ลูกๆ ลักษณะแปลกๆ แบบนี้เกิดขึ้นในครอบครัวชาวอเมริกัน เช่น ถอนฟันโดยใช้สุนัข, จักรยานยนต์, รถยนต์ หรือ โดรน เป็นต้น