“บะหมี่สำเร็จรูป” เจาะตลาดคุกสหรัฐขึ้นชั้นเทียบ”มาตรฐานทองคำ”

“บะหมี่สำเร็จรูป” เจาะตลาดคุกสหรัฐขึ้นชั้นเทียบ"มาตรฐานทองคำ"

“บะหมี่สำเร็จรูป” เจาะตลาดคุกสหรัฐขึ้นชั้นเทียบ”มาตรฐานทองคำ”

“พาณิชย์” เผย นำบะหมี่สำเร็จรูปเจาะตลาด “คุก”สหรัฐสำเร็จ ได้รับความนิยมยกระดับเป็นสินค้ามูลค่าสูง ใช้แทนการใช้จ่ายเงินตรา เป็นมาตรฐานทองคำในระบบเรือนจำ ระบุช่วง 7 เดือนส่งออกไปสหรัฐเป็นอันดับ 1

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรม ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ทูตพาณิชย์และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ (HTA) ในสหรัฐ รายงานถึงการจัดทำแผนตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยเข้าสู่เรือนจำของสหรัฐ ประสบความสำเร็จอย่างดี โดยสินค้าดังกล่าวได้รับความนิยม  ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเปรียบเสมือนสินค้ามูลค่าสูงทดแทนการใช้จ่ายในรูปแบบเงินตรา รวมทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยมีรสชาติถูกปากและมีความหลากหลาย จึงกลายเป็นอาหารเลิศรสสำหรับนักโทษในเรือนจำ

ทั้งนี้ ภายในเรือนจำสหรัฐเป็นระบบสังคมเฉพาะ มีระบบเศรษฐกิจของตนเอง นักโทษไม่ได้ใช้จ่ายด้วยเงินสด แต่ใช้ระบบการแลกเปลี่ยนสินค้า (Barter System) สินค้าแต่ละประเภทจะมีมูลค่าที่แตกต่างกัน และจะสามารถแลกเปลี่ยนกับสินค้าประเภทอื่นๆ ได้ในปริมาณที่ไม่เท่ากัน สินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเศรษฐกิจเรือนจำสหรัฐ คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยถูกยกให้เป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในระบบเรือนจำ

การส่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเข้าไปเจาะตลาดในเรือนจำสหรัฐเป็นไปตามยุทธศาสตร์ผลักดันการส่งออกที่จะเน้นตลาดเฉพาะกลุ่ม (นีช มาร์เก็ต) เนื่องจากมีการศึกษาระบบเศรษฐกิจในเรือนจำสหรัฐ พบว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นเงินตราสำคัญในเรือนจำ และมีการประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย เช่น การนำมาบริโภค การใช้เป็นค่าตอบแทนในการบริการต่างๆ หรือการใช้แลกเปลี่ยนหรือซื้อสินค้าอื่นๆ เช่น แปรงสีฟัน เสื้อผ้า ผลไม้ ทั้งนี้แบรนด์ที่ได้รับความนิยม คือ แบรนด์ที่เรือนจำนำเข้ามาจำหน่ายเท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดการครองตลาดของแบรนด์ดังกล่าวไปโดยปริยาย

โดยตัวเลขการส่งออกในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) 2559 ไทยส่งออกบะหมี่สำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 4.6% คิดเป็นมูลค่า 640 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 22,400 ล้านบาท เป็นการส่งออกไปสหรัฐมูลค่า 95 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3,325 ล้านบาท เป็นตลาดที่มีการส่งออกเป็นอันดับ 1 มาตั้งแต่ ปี 2558

เอกชนต้องการจ้างแรงานกว่า 2 แสนคน

เอกชนต้องการจ้างแรงานกว่า 2 แสนคน

เอกชนต้องการจ้างแรงานกว่า 2 แสนคน

กรมการจัดหางาน เผย เอกชน 7,310 แห่ง ต้องการจ้างพนักงาน 206,053 คน แนะใช้ Smart Job Center เพื่อความสะดวกหางาน

นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ล่าสุดมีสถานประกอบการจำนวน 7,310 แห่ง แจ้งความต้องการจ้างพนักงาน รวม 206,053 คน แบ่งเป็นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 127,309 ภาคเหนือ 9,826 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 21,383 คน ภาคกลาง 12,482 คน ภาคตะวันออก 17,391 คน ภาคตะวันตก 1,786 คน และภาคใต้ 15,876 คน

สำหรับตำแหน่งที่เปิดรับมากสุด ได้แก่ ช่างไฟฟ้าทั่วไป, พนักงานบริการลูกค้า, เจ้าหน้าที่คลังสินค้า, พนักงานขายสินค้า, แรงงานในด้านการผลิตต่างๆ การตลาด, พนักงานขับรถ, พนักงานบัญชี, เสมียน และพนักงานธุรการ ขณะที่จำนวนคนหางานรวมทั่วประเทศ จำนวน 287,134 คนส่วนใหญ่สนใจสมัครในตำแหน่ง พนักงานบันทึกข้อมูล พนักงานบริการลูกค้า พนักงานขาย แรงงานด้านการผลิต การตลาด พนักงานขับรถยนต์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล พนักงานบัญชี เสมียนพนักงานทั่วไปพนักงานธุรการ

หุ้นUSปิดผสม,น้ำมันลงเเรง,ทองลง27.40ดอลฯ

หุ้นUSปิดผสม,น้ำมันลงเเรง,ทองลง27.40ดอลฯ

หุ้นUSปิดผสม,น้ำมันลงเเรง,ทองลง27.40ดอลฯ

หุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสาน ด้านน้ำมันลงแรง 1.22 ดอลลาร์ ส่วนทองคำ ลดลง 27.40 ดอลลาร์

ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา ปิดผสมผสาน โดยหุ้นกลุ่มพลังงานและวัสดุ กลบความเคลื่อนไหวทางบวกของอัลเลอร์แกน พีแอลซีและบริษัทประกันสุขภาพอื่น ๆ

ดาวโจนส์ ลดลง 34.72 จุด (0.20 เปอร์เซ็นต์) ปิด 17,705.91 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 1.55 จุด (0.08 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,058.69 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 14.05 จุด (0.30 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 4,750.21 จุด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ ไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 1.22 ดอลลาร์ ปิดที่ 43.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 1.74 ดอลลาร์ ปิดที่ 43.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ส่วนราคาทองคำ ขยับลงแรง หลังดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกรอบ โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ลดลง 27.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,266.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Pre-Market Trading

See After-Hours Trading Data as of 5:16pm ET

Monday’s Close:

Dow-34.72  17,705.91 -0.20%
Nasdaq+14.05  4,750.21 +0.30%
S&P+1.55  2,058.69   +0.08%

บล.ไอร่า, มอง,หุ้นไทย,วันนี้ ,ผันผวน

บล.ไอร่า มองหุ้นไทยวันนี้ ผันผวน

บล.ไอร่า มองหุ้นไทยวันนี้ ผันผวน

บล.ไอร่า มองตลาดหุ้นไทยวันนี้ผันผวน ปัจจัยในประเทศยังไร้น้ำหนัก คาดประชุม กนง. พรุ่งนี้ คงดอกเบี้ย 1.50%

นักวิเคราะห์ บล.ไอร่า เปิดเผยแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (10 พ.ค.) ว่า ทิศทางตลาดยังผันผวน โดยคาดการณ์เคลื่อนไหวอยู่ในลักษณะเดียวกับวานนี้ หลังตลาดต่างประเทศไร้ทิศทาง มีทั้งบวกและลบ ตามประเด็นชี้นำเฉพาะในแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดส่วนใหญ่ยังคงให้น้ำหนักต่อประเด็นการชะลอขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดออกไป ขณะที่ราคาน้ำมันปรับลดลง จะส่งผลต่อราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน ซึ่งในกลุ่มนี้แนะนำเพียงการเก็งกำไรตามราคาน้ำมัน ภายใต้ภาพรวมที่คาดยังคงมีความกังวลต่ออุปทานน้ำมันส่วนเกิน

ส่วนประเด็นในประเทศ ยังไม่มีประเด็นชี้นำใหม่ ภาพรวม Fund Flow ยังมีความผันผวน แรงซื้อขายสุทธิสลับกันไป และยังอยู่ในช่วงของการประกาศผลการดำเนินงาน – 1Q/59 ที่คาดมีแรงเก็งกำไรต่อเนื่องถึงกลางเดือน พ.ค. ขณะที่จะมีการประชุม กนง. ในวันที่ 11/5/59 คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50%

กกต.สรุป, หลักเกณฑ์ข้อห้าม,ช่วงประชามติ

กกต.สรุป! หลักเกณฑ์-ข้อห้าม ช่วงประชามติ

กกต.สรุป! หลักเกณฑ์-ข้อห้าม ช่วงประชามติ

กกต.ออกประกาศ หลักเกณฑ์พฤติกรรมที่ทำได้ 6 ข้อ และทำไม่ได้ 8 ข้อ ในช่วงการออกเสียงประชามติ โดยห้ามจูงใจ ปลุกระดม และบิดเบือน คาดลงราชกิจจานุเบกษาในสัปดาห์นี้ มีผลบังคับใช้ทันที วันที่ 29 เม.ย. 59 นายธนิศ ศรีประเทศ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แถลงมติที่ประชุม ว่า กกต.ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์ว่าด้วย การแสดงความเห็นในการออกเสียงประชามติ เพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ และไม่ให้ขัดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ตามมาตรา 61 ที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท และอาจถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งได้ โดยหลักเกณฑ์ที่ทำได้ 6 ข้อ มีดังนี้ 1. การแสดงความเห็นต้องไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง หยาบคาย ไม่ก้าวร้าว ข่มขู่ และไม่ผิดกฎหมายอื่น 2. การแสดงความเห็นโดยใช้ถ้อยคำสุภาพ 3. การแสดงความเห็นด้วยข้อมูลที่ชัดเจน ไม่กำกวม อันอาจทำให้บุคคลอื่นเห็นว่าเป็นการบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง 4. ต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลงานวิจัยรวมถึงที่มาก่อนนำมาประกอบความเห็นหรืออ้างอิงงานวิจัยตามหลักวิชาการ 5. การสัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเพื่อแสดงความคิดเห็นพร้อมเหตุผล 6. การโพสต์ข้อมูลพร้อมเหตุผลทางเว็บไซต์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือการแชร์ข้อความต้องไม่แสดงความเห็นเพิ่มเติม และ 8 ข้อทำไม่ได้ 1. การสัมภาษณ์ผ่านสื่อด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือมีลักษณะก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ 2. การโพสต์หรือแชร์ข้อมูล อันเป็นเท็จหรือมีลักษณะก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย ปลุกระดมหรือข่มขู่ในเว็บไซต์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 3. การทำหรือส่งสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายอันมีลักษณะก้าวร้าวรุนแรงหยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ 4. การจัดเวทีสัมมนา อภิปราย โดยกลุ่มองค์กรต่างๆที่ไม่มีหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา องค์กรสื่อมวลชน ตามกฎหมายเข้าร่วมและมีเจตนาเพื่อปลุกระดมทางการเมือง 5. การชักชวนให้ใส่เสื้อ หรือติดป้าย เข็มกลัด ธง ริบบิ้น หรือเครื่องหมายที่แสดงสัญลักษณ์ความเห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือการขาย การแจกจ่ายสิ่งของดังกล่าว ในลักษณะรณรงค์ทั่วไปเพื่อนำไปสู่การปลุกระดมทางการเมือง 6. การใช้เอกสารใบปลิวหรือแผ่นพับ ที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือมีลักษณะก้าวร้าวรุนแรงหยาบคายหรือปลุกระดมทางการเมือง 7. การรายงานข่าวหรือการจัดรายการของสื่อมวลชนที่นำไปสู่การปลุกระดมหรือสร้างความวุ่นวายในสังคม 8. การรณรงค์เพื่อให้เกิดการคล้อยตามของคนในสังคม เพื่อให้ออกเสียงอย่างไรอย่างหนึ่ง มีลักษณะการปลุกระดมหรือขัดขวางการออกเสียง