สาวใหญ่บุกทำเนียบ ขู่จุดไฟเผาตัว จี้ปิดบ่อนย่านเทเวศร์

สาวใหญ่บุกทำเนียบ ขู่จุดไฟเผาตัว จี้ปิดบ่อนย่านเทเวศร์

เกิดเหตุสาวใหญ่ ใช้น้ำมันราดตัวเอง ขู่จุดไฟเผาตัว เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ ดำเนินการปิดบ่อนการพนันบริเวณย่านเทเวศร์ ตามนโยบายของรัฐบาล

วันนี้ที่บริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล ฝั่งตรงข้ามสำนักงาน ก.พ. นางสาวจรินทร์ กะถิน อายุ 51 ปี ได้นำน้ำมันมาราดตัว และพยายามที่จะจุดไฟเผาตนเอง เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ ดำเนินการปิดบ่อนการพนันบริเวณย่านเทเวศร์ ตามนโยบายของรัฐบาล ที่มีการประกาศว่าจะดำเนินการปิดบ่อนการพนันทั่วประเทศ

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบเข้าควบคุมตัวหญิงคนดังกล่าว ก่อนนำตัวมายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งสำนักงาน ก.พ. เพื่อพูดคุยหาทางออกแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะนำเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการให้ ทำให้สถานการณ์มีความคลี่คลาย

พิสูจน์เส้นทางนักร้อง “ณัฐ ศักดาทร” ผลงานหรือแค่บ้านรวย!

พิสูจน์เส้นทางนักร้อง "ณัฐ ศักดาทร" ผลงานหรือแค่บ้านรวย!

พิสูจน์เส้นทางนักร้อง “ณัฐ ศักดาทร” ผลงานหรือแค่บ้านรวย!

ผมเชื่อว่าการที่เรามาอยู่ตรงนี้เราเกิดขึ้นได้เพราะว่าจากซัพพอร์ตของคนหลายๆ คน เขาลงทุนด้วยแรงทรัพย์ด้วยความรักเรา เราก็เป็นเหมือนหุ้นที่เขามาลงทุน เพราะฉะนั้นเราจงทำตัวเป็นหุ้นที่ให้กำไรกับคนที่เขามาลงทุนกับเราโดย ณัฐ ศักดาทร

เป็นเวลากว่า 8 ปีที่นักร้องหนุ่ม “ณัฐ ศักดาทร” หรือที่รู้จักกันว่า “นัท AF4” เดินเข้ามาสู่เส้นทางนักร้องซึ่งหากย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เขาก้าวสู่เวทีประกวดทรูอะคาเดมี่แฟนเทเชียปี4 ตอนนั้นต้องยอมรับว่าเขาคือผู้เข้าประกวดที่โดนกระแสโจมตีอย่างหนักหน่วงกับคำครหาไม่ว่าจะเรื่องของบ้านรวยเลยใช้เงินซื้อโหวตจนชนะ เสียงไม่ดีคงไปได้ไม่ไกล

แต่เมื่อเวลาผ่านไป “ณัฐ ศักดาทร” ก็ได้พยายามพิสูจน์ด้วยผลงานเพลงและต่อยอดพัฒนาตัวเองขึ้นไปกับผลงานต่างๆ และวันนี้ 8 ปีผ่านไปนัทก็กลายเป็นศิลปินแถวหน้าในวงการเพลงที่ซิงเกิ้ลเพลงได้การยอมรับอาทิ ครั้งหนึ่งในชีวิต คิดถึงดังดัง รักเธอคนเดียว และอีกมากมาย อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของเขาให้ผ่านช่วงเวลาความกดดันจากคำดูถูกและคำครหาต่างๆ มาได้ Sanook! News พร้อมแล้วที่จะพาหนุ่มนัทมาเปิดใจแบบหมดเปลือกที่แรกและที่เดียว

จุดประกาย ‘ความฝัน’ การเป็นนักร้อง

ณัฐเล่าว่าจุดประกายความฝันการเป็นนักร้องของตนนั้นเกิดจากวันนึงไปรับพี่สาวในงานคอนเสิร์ตและทำให้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศคอนเสิร์ตครั้งแรกและรู้สึกสนุกจึงเริ่มมีฝันอยากจะเป็นนักร้อง

“พี่สาวผมไปดูคอนเสิร์ตของพี่อ้อมและพี่ทาทาและบังเอิญว่าผมไปรับพี่สาวกับแม่ก็เลยมีโอกาสได้ดูคอนเสิร์ตช่วงสุดท้าย เพราะมันเล่นที่กลางแจ้งและตอนนั้นพอเราได้สัมผัสบรรยากาศคอนเสิร์ตแบบสดๆ ครั้งแรกในชีวิตเราก็รู้สึกว่ามันสนุกจังมันมีความสุขจังเราสัมผัสได้เราตื่นเต้นไปกับมัน และคิดว่ามันเจ๋งอยากทำอย่างนี้ได้บ้างอยากไปอยู่บนเวทีและทำให้คนเขาสนุกแบบนี้ก็เลยอยากเป็นนักร้อง แต่ตอนนั้นก็อายุแค่เพียง 11-12 ปีเองครับ” นัทเริ่มเล่า

ตามล่าฝันสู่เวทีประกวดกับคำครหา ‘บ้านรวยซื้อทุกอย่างได้’

“ผมมาประกวด AF หลังจากที่ผมเรียนจบที่อเมริกาช่วงนั้นก็อายุ 22 และเรามาจากการไปใช้ชีวิตเรียนอยู่ต่างประเทศกว่า 8 ปีที่นั้นก็จะเจอสังคมที่เปิดกว้าง แต่พอตัดสินใจมาประกวดสิ่งแรกที่ผมโดนว่าเป็นคนรวยแล้วมาประกวดทำไมอันนี้ผมก็งงๆ หรือว่าคุณมาประกวดคุณใช้เงินซื้อทุกอย่างเราก็รู้สึกว่าไม่ใช่คนรวยทุกคนที่เป็นนะ คือตอนที่ผมเรียนอยู่ที่อเมริกาผมจะเจอสังคมที่เขาให้เคารพในความแตกต่างและอีกอย่างต้องไม่เหมารวมทั้งสิ้น พอเรามาประกวดและโดนอย่างนี้ตลอดเวลามันก็ค่อนข้างตกใจเหมือนกัน จริงๆ ตอนนั้นผมอยากเป็นนักร้องที่แกรมมี่และผมลองทำเทปที่แกรมมี่แล้วไม่ผ่านเราก็รู้สึกว่าถ้ามันมีโอกาสอื่นๆ เราก็ต้องวิ่งหามันก็เลยไปประกวด AF และก็เจอคำครหาสารพัดมาตลอดครับ”

มาไกลเกินฝัน “ฟิล์ม” หนุ่มหน้าเถื่อนเสียง(หล่อ) 4 ล้านวิว

ยอมว่าแม้ตัวเองจะไม่ได้หล่อเป๊ะแบบที่ตลาดต้องการแต่ถ้าเรื่องคุณภาพเสียง “ฟิล์ม มนัสนันทร์ เจ๊ะโว๊ะ” เด็กหนุ่มวัย 20 ปี จากวิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง SCA (Supperstar Collenge of Asia) นั้นสร้างความทึ้งให้เหล่าคณะกรรมการและลุกลามมาถึงโลกออนไลน์ในวันที่เขานั้นไปเป็นนักร้องซ่อนแอบในรายการ I can see your voice Thailand

บ่ายแก่ๆ ฟิล์มปรากฏตัวพร้อมกีต้าร์โปร่งด้วยลุคเซอร์ๆ คล้ายกับวันที่เขาได้ไปสร้างความฮือฮาในรายการที่เคยชม และแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ Sanook! News ได้พูดคุยกันก็ทำให้เรารู้จักตัวตน และเห็นมุ่งมั่นตั้งใจในการร้องเพลงโดยไม่เคยคิดน้อยเนื้อต่ำใจว่าใครจะให้นิยามว่าตนนั้นเป็น “นักร้องน่าเถื่อน” เลยซักนิดเดียว

“ฟิล์ม” ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

“ผมเกิดในกรุงเทพแต่คุณพ่อเป็นคนนราธิวาส ตั้งแต่เด็กๆ พ่อก็จะร้องเพลงให้ฟังครับ เหมือนกล่อมไม่ใช่เพลงกล่อมทั่วไปแต่เป็นเพลงสมัยนั้นที่ติดหูพ่อเสียงดีมาก รู้สึกอยากร้องให้พ่อฟังบ้างก็ลองฝึกดูเพลงไหนดังก็ลองร้อง และที่บ้านสอนให้เคารพผู้ใหญ่อย่าทำนิสัยไม่ดี แล้วก็รักตัวเองให้มากๆ ครับ”

เมื่อรู้ตัวว่าเป็นคนชอบร้องเพลงจึงเดินทางหาประสบการณ์ตามเวทีประกวด แต่ในเส้นทางประกวดนั้นกลับมี “ความขี้อาย” เข้ามาทำลายความมั่นใจ

“ผมเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยประกวด เห็นเขาไปประกวดก็นั่งดูหน้าทีวี แต่พอเริ่มโตขึ้นเพื่อนก็จะบอกไปประกวดนู้นสิประกวดนี่สิ ประกวด The Voice ก็ตกรอบไปเวที The Star ก็ไม่ผ่าน เราก็รู้สึกว่าเรายังฝึกไม่พอ แต่ก็ฝึกไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปอีกพอไม่ได้ก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ครับไม่ชอบไปที่เดิมๆ ผมอยากรู้แต่ละที่การรับสมัครเป็นยังไงพอรู้แล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าชีวิตผมเป็นคนที่ทำอะไรไม่ค่อยได้เรื่อง เรียนไม่เก่ง ไม่ได้เกรด4 ตกก็ตกเยอะ

แต่ผมรู้สึกว่าการร้องเพลงมันเป็นอะไรที่ผมรักมัน รู้สึกว่าเวลาทำแล้วมีคนชอบ เวลาร้องก็จะมีคนดู เราก็ดีใจและเทคนิคส่วนใหญ่ที่ฝึกคือจะไม่ฟังแบบที่เป็น audio เราดูเวอร์ชั่นที่เขาเล่นสดแล้วเราก็จำเทคนิคของเขามาจนมันใช้กับเราได้ครับ”

ฟิล์มบอกถึงเส้นทางชนะความขี้อายที่กล้าไปหาประสบการณ์จากเวทีต่างๆ ได้นั้นเพราะ “ขยันฝึกฝน” โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและพร้อมที่จะเรียนรู้รับสิ่งใหม่ๆ ในการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

เจมส์ คู่หูปังคุงจาก “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้ว

เจมส์ คู่หูปังคุงจาก "ขำกลิ้งลิงกับหมา" ตายแล้ว

เจมส์ คู่หูปังคุงจาก “ขำกลิ้งลิงกับหมา” ตายแล้ว

เฟซบุ๊กแฟนเพจสวนสัตว์ อาโซ คัดดลี่ โดมิเนี่ยน (Aso Cuddly Dominion) ในญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา “เจมส์” สุนัขบูลด็อกสีขาว ได้เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 12 ปี ซึ่งถ้าเทียบกับอายุมนุษย์ประมาณ 80 ปี

เจมส์ โด่งดังจากการเป็นคู่หูกับ “ปังคุง” ลิงชิมแปนซี ในรายการวาไรตี้เกี่ยวกับสัตว์ “เทนไซ ชิมุระ โดบุทสึเอ็น” (Tensai! Shimura Doubutsuen) ทางช่อง NTV หรือที่ไทยซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาฉายในชื่อรายการ “ขำกลิ้งลิงกับหมา” เมื่อ 9 ปีก่อน

ด้าน ปังคุง เมื่อปี 2012 ปังคุงไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ฝึกหัดหญิงคนหนึ่ง จึงต้องเกษียณงานจากการแสดงทั้งหมดที่ทำอยู่ โดยเมื่อเดือน ก.ย.2558 มีรายงานว่า ปังคุงกับภรรยาชื่อว่า “โปโกะจัง” เพิ่งจะมีลูกสาวตัวใหม่ชื่อว่า “พูรินจัง” ซึ่งทางสวนสัตว์เปิดรอบให้เข้าไปชมและถ่ายรูปได้แล้ว

เจด้า สวยมาก คุณพ่อเจ อนุญาตให้ส่งดอกไม้ได้

เจด้า สวยมาก คุณพ่อเจ อนุญาตให้ส่งดอกไม้ได้

เจด้า สวยมาก คุณพ่อเจ อนุญาตให้ส่งดอกไม้ได้

เจด้า ลูกสาวสุดสวยของคุณพ่อเจ เจตริน ล่าสุดคุณพ่ออนุญาตให้ส่งดอกไม้ให้ได้หากใครชอบนะจ๊ะ  

ยิ่งโตยิ่งสวยจริงๆ สำหรับ น้องเจด้า ลูกสาวคนโตของพ่อยังเฟี้ยว เจ เจตริน วรรธนะสิน ต้องบอกลูกของคุณพ่อเจนั้นฮอตทุกคนเลยนะจ๊ะ ทั้งเจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร เรียกว่าทั้งสาวทั้งหนุ่มต่างรุมขอเป็นคนในครอบครัวเลยทีเดียว

ล่าสุด ลูกสาว น้องเจด้า ได้ร่วมเป็นนางแบบให้กับช่างภาพชื่อดัง จอร์จ ธาดา วาริช กับโปรเจค #PUREphotobook ภาพที่ปรากฏออกมานั้นสวยงามมาก ทั้งนางแบบและองค์ประกอบของภาพ งานนี้ในอินสตาแกรมของ พ่อเจ ถึงกับต้องขึ้นภาพโชว์ผลงานของลูกสาวกันเลย พร้อมกับแคปชั่นสุดน่ารักว่า“ใครชอบส่งดอกกุหลาบมาเลยครับ”

ซึ่ง คุณพ่อเจ ได้ดอกกุหลายเต็มเลย ก็บอกแล้วว่าบ้านนี้ลูกๆ ฮอตมากจริงๆ 

ผอมจนตะลึง! เอมี่ กลิ่นประทุม เอวเหลือนิดเดียว

ผอมจนตะลึง! เอมี่ กลิ่นประทุม เอวเหลือนิดเดียว

ผอมจนตะลึง! เอมี่ กลิ่นประทุม เอวเหลือนิดเดียว

เป็นอีกหนึ่งคู่ที่หลายคนรอลุ้นว่าเมื่อไหร่ นางเอกสาว เอมี่ กลิ่นประทุม และสามีดีกรีพระเอก ซี ซิวัฒน์จะมีข่าวดีมีลูกสักที หลังจากคบหากันนานเป็นสิบปี รวมถึงตอนนี้ทั้งคู่อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กันแล้ว แต่ก็ยังเป็นอีกคู่ที่ดูลงตัว และหวานออกสื่อกันตลอด

โดยเฉพาะความสวยของเอมี่ ที่หนุ่มๆ หลายคนคงอิจฉาหนุ่มซี หลังจากก่อนหน้านี้เอมี่ ก็เพิ่งฝากผลงานถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่และมีแต่กระแสตอบรับที่ดี และภาพล่าสุดคงต้องบอกว่าเอมี่ เธอสตรองขึ้นมาก ภาพสาวที่รักการออกกำลังกายอีกหนึ่งคนตอนนี้เอมี่รูปร่างดีวันดีคืน ผอมสวยหุ่นเป๊ะมาก เอวเหลือเล็กนิดเดียว จนหลายคนตะลึง ถึงกับถามเธอว่าผอมไปไหม?

เห็นหุ่นเฟิร์มแบบนี้แล้ว คงอีกนานกว่าที่เอมี่จะยอมมีลูกแน่ๆ ใช่ไหมค่ะ?

ช็อตสวีท “มิค เบนซ์” ซาบซึ้งฉบับคู่รักตัวอย่าง

ช็อตสวีท "มิค เบนซ์" ซาบซึ้งฉบับคู่รักตัวอย่าง

ช็อตสวีท “มิค เบนซ์” ซาบซึ้งฉบับคู่รักตัวอย่าง

คู่รักตัวอย่าง มิค เบนซ์ กับช็อตสวีทบนดาดฟ้าโรงแรม บรรยากาศซาบซึ้งใจ  

เป็นอีกหนึ่งคู่รักตัวอย่างรักมั่นคงสำหรับคู่ของ มิค บรมวุฒิ และ เบนซ์ พรชิตา ต้องบอกว่าเป็นกว่าทั้งคู่จะได้แต่งงานนั้น ฝ่าย มิค ต้องพิสูจน์ความจริงใจกับครอบครัวของ เบนซ์ มานานหลายปีจนกระทั่งสามารถพิชิตหัวใจคนในครอบครัวของ เบนซ์ ได้อย่างหล่อๆ เลยทีเดียว

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิตคู่คือการได้มีเบบี๋ตัวน้อยมาเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งอีกไม่่กี่เดือน ลูกสาวตัวน้อยๆ ก็จะลืมตาดูโลกแล้ว เรียกว่าเป็นการวางแผนชีวิตคู่ที่ดูลงตัวมาก

และก่อนจะเป็นโมเม้นต์ พ่อ แม่ ลูก ด้าน มิค ขอมีมุมสวีทกับภรรยาแบบส่วนตัวก่อน โดยในอินสตาแกรมของ มิค ได้โพสต์ภาพหวานๆ กับ เบนซ์ พร้อมด้วยข้อความซึ้งๆ ที่เจ้าตัวเขียนออกมาจากใจว่า “You and me forever and ever babe วันนี้ขอบคุณทีมงาน ชีวิตดี๊ดี มากๆสำหรับวันที่ ดี๊ดี ของเรานะค๊าาาาาาบ สนุกมาก ขอทยอยลงรูปเรื่อยๆอย่าพึ่งเบื่อกันนะ แอ่แฮ่”

งานนี้ติดตามโมเม้นต์น่ารักได้ผ่านรายการ ชีวิตดี๊ดี ของจริงจะโรแมนติกขนาดไหนติดตามนะจ๊ะ 

วิว วรรณรท ปิดไม่อยู่! ยก หน่อง ธนา คือคนพิเศษ

 วิว วรรณรท ,,หน่อง ธนา

   เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคู่ที่ต่างฝ่ายต่างปากแข็งไม่ยอมรับสถานะความสันพันธ์ที่แท้จริงของคู่ตนเองเสียที สำหรับนางเอกสาว “วิว วรรณรท” กับหนุ่ม “หน่อง ธนา” ซึ่งหลังจากที่มีภาพหลุดทั้งสองเดินควงกันเที่ยวห้าง ฝ่ายชายจึงได้ยอมออกมาเปิดปากว่ากำลังศึกษาดูใจกับวิวจริง

ล่าสุดมีโอกาสได้เจอ วิว วรรณรท เจ้าตัวเลยได้ออกมาเผยให้ฟังว่า ความสัมพันธ์พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่ขอใช้คำว่าแฟน อยากขอเวลาพิสูจน์ให้มากกว่านี้ พร้อมยกให้ฝ่ายชายคือคนพิเศษที่คอยมอบความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน

หน่องออกมายอมรับแล้วว่ากำลังศึกษาดูใจกันอยู่?
“ก็คุยๆ กันอยู่ค่ะ จริงๆ ก็เหมือนเดิม เหมือนที่เคยตอบมานะ ว่าคุยๆ กันได้ทุกเรื่อง ก็สนิท”

หรือเราอยากให้เขาพูดชัดเจนกว่านี้ เปลี่ยนสถานะไปเลย?
“ไม่ได้ต้องอะไร เราไม่ได้อะไร เหมือนคุยกันเข้าใจพอค่ะ”

เหมือนที่ผ่านมาเราอยากให้เขาพูดก่อน?
“ไม่นะคะ จริงๆ แล้วถ้ามีอะไรมากกว่านี้ หรือชัดเจน มันจะเป็นใครก็ได้ ก็พูดได้ทั้งคู่ค่ะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร”

เราคลิกกันตรงไหน?
“อาจจะเป็นเพราะสายงานเหมือนกัน เราทำงานในวงการบันเทิง ถ่ายละคร หรือไลฟ์สไตล์อะไร คือเขาง่ายๆ สบายๆ และคุยสนุกสนาน”

มีโอกาสที่จะพัฒนาไปถึงขั้นคำว่าแฟนไหม?
“ก็ต้องดูกันต่อไปค่ะ ตอนนี้ก็ดูและคุยๆ กันไปเรื่อยๆ ค่ะ”

เราดูไม่ค่อยกล้าที่จะเปิดตัวกับความรัก?
“จริงๆ แล้วไม่ได้อะไรนะคะ ไม่ได้ต้องการจะโฟกัสตรงเรื่องนี้ คุยเรื่อยๆ ปล่อยให้มันเป็นไป”

ศึกษาอยู่แค่คนเดียวใช่ไหม?
“คุยอยู่คนเดียวค่ะ”

ทำไมตอนนี้ถึงยังเรียกแฟนไม่ได้?
“มันแล้วแต่ว่าเราให้ความสำคัญมันมากแค่ไหน ก็เป็นคนพิเศษที่เราคุย”

คุยกันมานานหรือยัง?
“รู้จักกันมาเป็นปีแล้วค่ะ”

พัฒนาความสัมพันธ์มาตั้งแต่ตอนไหน?
“มันไม่ได้พัฒนา แต่เหมือนกับว่าเราสนิทเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ เรารู้จักกันมานาน ก็สนิทกันขึ้นค่ะ”

จะใช้เวลาพิสูจน์ ดูใจกันอีกนานสักเท่าไหร่?
“ไม่ทราบเลยค่ะ มันก็แค่คนส่งความรู้สึกดีๆ กัน ถ้าความรู้สึกดีๆ ยังไม่หมด เราก็ไปเรื่อยๆ”

เขาทำยังไงเพื่อเพิ่มความหวานให้กับเรา?
“ไม่มีนะคะ ถ้าคนรู้จักหน่องอยู่แล้ว ก็จะตลกๆ เฉยๆ อ่ะ ไม่ค่อยมีอะไร”

วันวาเลนไทน์นี้เตรียมแพลนไปไหนหรือยัง?
“ยังไม่มีอะไรค่ะ ก็แล้วแต่ว่าจะว่างกันหรือเปล่า”

มีภาพออกมาว่าเราไปไหนมาไหนด้วยกัน คนเลยจับตามองมากขึ้น?
“ที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ไปตั้งนานแล้ว เคยตอบพี่ๆ ปกติ ว่าไปไหนมาไหนด้วย สองคนบ้าง ไปกับเพื่อนบ้าง เราไม่ได้ปิดหรือแอบอะไรค่ะ ไปกินข้าวกันได้ ยังใช้ชีวิตปกติ”

ทางครอบครัวหน่องเหมือนจะไฟเขียวแล้ว พี่บอยก็โอเค?
“คือพี่บอยรู้จักกันก่อนค่ะ เรียนแอคติ้งด้วยกัน ตัวพี่บอยสนิท เหมือนรู้จักอยู่แล้ว เลยไม่มีอะไร”

หรือพี่บอยเป็นพ่อสื่อให้?
“ไม่ใช่ค่ะ”

พี่บอยมีเชียร์บ้างไหม?
“ไม่มีๆ แต่เขาก็แซวไปเรื่อยๆ เจอก็แซวเฉยๆ ไม่มีพิเศษอะไร”

ไม่ค่อยได้เห็นหน้าทางละครเลย?
“คือคนจะเห็นหนูลงไอจีว่าถ่ายๆ แต่คิวออนแอร์มันหลายเรื่องมากๆ เลย เราก็รอเป็นล็อทต่อไป แต่มีให้ชมแน่นอนภายในปีนี้ค่ะ”

กลัวโดนดองไหม?
“คือวิวว่าเหมือนเวลาช่องมีแค่นี้ และละครมีเยอะมาก ก็แล้วแต่ว่าเขาจะจัดยังไง เราแค่ทำหน้าที่ให้เต็มที่ในส่วนของเรา แต่ยังมีถ่ายละครเรื่อยๆ ปิดเรื่องนี้แล้วก็จะมีเรื่องใหม่ค่ะ”

มีนักแสดงหน้าใหม่มาเต็ม เราหวั่นจะถูกเบียดจากการเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของต้นสังกัดไหม?
“ไม่ค่ะ เราแก่สุด รุ่นวิวยังไม่มีใคร เหมือนตอนเราเข้ามายังเป็นรุ่นน้อง มีพี่อ้อม พี่เจี๊ยบ ก็จะเป็นรุ่นๆ ไป เราแก่ก็จะไปรับบทแม่ ก็เรื่อยๆ ทุกคนมีละครหมด แต่เดี๋ยวเราก็จะมีหนังที่เล่นกับมาริโอ้ เห็นว่าช่วงสงกรานต์นี้น่าจะได้ดู”

Exclusive! บทเรียนราคาแพง “นกตีสิบ” หลงเหลิงจึงล้มหมดตัว

เพราะชื่อเสียงที่ถาโถมเข้ามาหลังจากผู้หญิงคนนึงได้ไปออกรายการดังและถ่ายทอดชีวิตศัลยกรรมจนชีวิตเปลี่ยนไปนั้นก็ส่งผลให้ “นก วันริสา เนมิราช” หรือ “นกตีสิบ” ก็กลายเป็นสาวไอดอลที่ได้โอกาสต่างๆ เข้ามาในชีวิตจนนำไปสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารเสริมความสวยความงามและด้วยการตอบรับที่ดีบวกกับชื่อเสียงที่มีในตอนนั้นจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่เธอเปิดใจว่าเธอหลงและเหลิงไปกับการใช้ชีวิตที่ติดความหรูหราจนนำไปสู่การติดหนี้สินจนหมดตัว

จนกระทั่งวันนึงเธอได้บอกกับตัวเองว่าเธอจะนำบทเรียนราคาแพงที่เธอได้รับพลิกชีวิตอีกครั้งสองปีหลังจากนั้นสาวนกก็กลับมาสู่ชีวิตการเป็นเจ้าของธุรกิจพร้อมกับปลดหนี้สินได้สำเร็จและนี่จึงเป็นเรื่องราวการใช้ชีวิตที่น่าสนใจที่ทีมข่าว Sanook! News ขอหยิบมานำเสนอเป็นตัวอย่างการใช้ชีวิตของสาว “นกตีสิบ” และหวังว่าจะเป็นประโยชน์และให้แง่คิดไม่มากก็น้อยเช่นกัน

“นกตีสิบ” จากชีวิตธรรมดาสู่การหลงเหลิงติดหรู

ย้อนกลับไปช่วงหลายก่อนหลังจากที่ “นก วันริสา” มาปรากฏตัวในรายการตีสิบกับการเป็นแขกรับเชิญนั่งพูดคุยถึงชีวิตที่ผ่านการศัลยกรรมจนชีวิตเปลี่ยนมากมาย เพียงแค่ข้ามคืนชีวิตเธอก็เปลี่ยนไปแบบชัดเจน เธอเล่าว่าเธอกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นจึงทำให้โอกาสต่างๆ นั้นวิ่งเข้ามาหาและนั้นก็ทำให้ชีวิตของเธอเดินเข้าไปสู่การ “หลงระเริง” กับสิ่งที่ได้มาง่ายๆ และไม่ได้เห็นคุณค่า

“หลังไปออกรายการตีสิบคนก็จำนกได้เยอะขึ้นมีคนรู้จักมากขึ้นมีกลุ่มเพื่อนเพิ่มมากขึ้นก็เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเอง สร้างคอนเนคชั่นให้กับตัวเอง จนกลายเป็นว่าเข้าสู่วงการความงาม พอเพื่อนเปิดคลินิกก็เอานกไปช่วยโปรโมท จนหลายคนก็ยกให้เป็นเจ้าแม่ศัลยกรรม ซึ่งก็รู้สึกดีนะสิ่งที่นกทำมันต่อยอดเรื่องของอาชีพนกได้ จากเด็กที่สมัยเรียนเกเรมากจนกลายเป็นเหมือนคนที่มีงานและเราไม่ได้ทำงานแค่ตัวเราเอง

แล้วเรามีลูกน้องมีคนอยู่ข้างหลังสามารถเลี้ยงครอบครัวได้เป็นเสาหลักให้ครอบครัว ส่วนจุดเปลี่ยนของนกคือนกเดินเข้าสู่วงการความสวยความงามขายเป็นเจ้าของธุรกิจคอลลาเจนขายไปห้าเดือนหกเดือนนกขายได้ยอดถึงร้อยล้านพอเงินมันได้มาง่ายถอยกระเป๋าทุกวันใบละแสนใบละล้านนี่สู้ บ้าแบรนด์ ทั้งติดเพื่อ ติดสังคม ติดหรู ออกเที่ยวทุกวัน จิบไวน์ตามร้านหรู วันนึงออกรถสองคัน ขับรถหรู กระเป๋าหรู

เพราะคิดว่าสินค้าเรามันติดตลาดแล้ว ยังไงก็ต้องขายได้ตลอดอยู่แล้ว ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่ใช่เลยคนอื่นเขาก็ขึ้นมาแบรนด์อื่นเขาก็ขึ้นมาแข่งขันกันในตลาด ในขณะที่คนอื่นเขาวิ่งอยู่เรากลับหยุดอยู่กับที่ เงินที่มีอยู่มันก็ร่อยหรอลงไป นกมีแฟนคนนึงอยู่อเมริกาบินไปหาเขาเดือนนึงสองรอบนั่งเฟิร์สคลาสไปด้วยนะ เสื้อผ้าก็ซื้อให้เขาหมด แบรนด์เนมซื้อให้เขา ด้วยความที่เราหาเงินง่ายแล้วเพื่อนก็เยอะ เที่ยวทุกคืนเที่ยวยันเช้างานก็ไม่ทำ

จนวันนึงเงินหมดติดหนี้โรงงานอีก คือมัวแต่ใช้เงินโดยที่ไม่รู้เลย แล้วลูกน้องก็นั่งทำงานอยู่จนมีหนี้โรงงานห้าล้าน แล้วกลับมาดูในบัญชีแบบเงินไม่มี บัตรเครดิตติดอีกแล้วช่วงนั้นใช้วิซดอมรูดเป็นล้าน มีกี่ใบกี่ใบรูดหมดทีนี้ล้มแล้วศูนย์เลย ไม่กล้าบอกแม่เพราะปกตินกให้เงินเดือนแม่เดือนละห้าหมื่นสามหมื่นเพราะไม่อยากให้เขาทำงานเขาเริ่มมีปัญหาสุขภาพแล้วแล้วพอเราล้มเป็นไงเพื่อนจากที่เคยมีเยอะก็หายหมดคนที่เคยติดตามกันก็น้อยลงค่ะ”

บทเรียนชีวิต “ราคาแพง” พลิกชีวิต

เพราะต้องเผชิญกับการล้มที่เกือบหมดตัวพร้อมกับหนี้สินที่ต้องแบกรับจำนวนมากหลังหลงและเหลิงไปกับชีวิต จึงทำให้สาวนกเกิดจุดเปลี่ยนความคิดและลุกขึ้นมาสู้ชีวิตและก็กลับมายืนได้อีกครั้งและพบคำตอบการใช้ชีวิตที่เธอบอกว่าเปลี่ยนไปราวหน้ามือเป็นหลังมือ

“นกก็มาคิดนะว่าตอนแรกคนที่เข้ามารอบๆ ตัวเราเขามาเสพอะไรของเราความหรูหราหรืออะไร พอหมดตัวก็เริ่มหายไปหายไปจนเราก็ทำใจขายรถทิ้งคันนึงได้มาสองล้านก็ยังเหลืออีกสามล้านกว่าก็ทำงานเจรจากับทางโรงงานว่าเราหมดตรงนี้จริงๆ นะ คือมันไม่มีจริงๆ ไม่รู้จะทำยังไงแล้วก็ขอเขาจ่ายเดือนละห้าหมื่นก็ใช้เขามาตลอดสองปี จนมาจับธุรกิจปัจจุบันนี้ที่มันเหมือนพึ่งฟื้นขึ้นมาถึงยอดขายมันอาจจะไม่ถึงร้อยล้านแต่นกมีเงินเก็บมากกว่าตอนที่ได้ยอดร้อยล้านอีกนะ

เพราะเรามีบทเรียนจากตอนนั้นแล้วเรารู้จักการใช้ชีวิตมาขึ้นมองคนเลือกคบคนมากขึ้น เลิกบ้าแบรนด์ มาใช้ถุงผ้าแทนบางทีจากที่ชอบกินข้าวจิบไวน์นอกบ้านก็กินข้าวบ้านประสบการณ์มันสอนให้เราปลงมากขึ้นค่ะแม่ทอดไข่ แม่ทอดหมู แม่ทำน้ำพริกคืออร่อยมากกว่าตอนนั้นอีกแล้วเงินเหลือด้วยนี่คือบทเรียนจากการล้มที่แรงมากในชีวิตของนก ซึ่งก็คุ้มนะถ้าย้อนเวลากลับไปได้นกก็คงทำเหมือนเดิมเพราะเราไม่เคยมีพอมามีมันก็นะถ้าเราไม่โดนในวันนั้น วันนี้เราก็คงยังคิดไม่ได้ก็คงยังหลงระเริงอยู่ความเด็กด้วยอายุ 23-24 มีเงินร้อยล้าน ใช้สิคะรออะไรซื้อรถเงินสดเพื่อนมาเลยเลี้ยงๆ ใจใหญ่มากเงินหลักล้านที่เสียไปก็เป็นค่าบทเรียนชีวิตไปค่ะ”

“ล้มเพราะ “ความเหลิง” ยืนขึ้นได้เพราะ “ความงาม”

“หลังจากล้มและลุกขึ้นมานกมาทำพวกคอสเมติกส์เหมือนเดิมยังอยู่ในวงการนี้ ก็ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาเรื่อยๆ และใช้ชีวิตอะไรที่ไม่จำเป็นเราก็ตัดมันออกมีเหลือเงินเก็บอีกซื้อบ้านได้อีกหลังนึง คือระยะเวลาสองปีกว่าจากที่เราเป็นหนี้วันนี้เรากลับมายืนได้อีกครั้งหมดหนี้ ซื้อบ้านใหม่ มีเงินเก็บยอดขายตอนนั้นร้อยล้านแต่เงินเก็บไม่มี แต่ตอนนี้ยอดขายไม่ถึงร้อยล้านยังไม่แตะห้าสิบด้วยแต่มีเงินเก็บ นกมองว่าหลักๆ เลยมันขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตนะ

เพราะตอนนั้นนกมองว่านกจ่ายออกไปเยอะมากปรนเปรอตัวเอง ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นคนก็ยอมรับเราอยู่แล้วเพราะเขายอมรับเราจากการที่เราทำงาน เราสู้ชีวิตเราโตเราทำงานเลี้ยงพ่อแม่ได้ ทุกวันนี้นกทำงานมีพนักงานเกือบยี่สิบคนเราเหมือนคิดได้มากขึ้น คือนกมองละเอียดไปอีกว่านี่มันไม่ใช่แค่ยี่สิบคนนะ ยังมีลูกเขาอีก พ่อแม่ครอบครัวเขาอีก เขาต้องไปเลี้ยงอีกกี่คน มันกลายเป็นเหมือนว่านกต้องทำเพื่อคนอื่นให้มากกว่านั้น

ซึ่งย้อนกลับไปนกไม่เคยคิดถึงเลยปรนเปรอตัวเองอย่างเดียว ทำให้ตัวเองมีความสุข บ่นว่าทำงานเหนื่อยแต่จริงๆ คนอื่นเขาทำงานเหนื่อยกว่าเราอีกแต่โอกาสของเราคือเราได้โอกาสที่ดี แต่โอกาสที่เราได้มาเราทำลายมันด้วยมือเราเอง ตอนนี้ก็โตขึ้นไม่เหมือนเมื่อก่อนที่แบบมีเงินห้าล้านใช้สี่ล้าน คนเรามีความฝันตั้งความหวังไม่เหมือนกันอยู่ที่ว่าใครจะฝันยังไง ให้มันเป็นแรงบันดาลใจ เป็นเป้าหมายในการทำงานของเรา หลักแรกๆ เลยคือเราทำเพื่ออะไร เราทำเพื่อคนที่อยู่ข้างหลังเราใช่ไหม

ความสุขของเราคืออะไร คือการมีบ้านใช่ไหมพอมีบ้านแม่เราก็ภูมิใจ อายุยังไม่ 30 ซื้อบ้านได้แล้ว นกไม่ได้เก่งกว่าใครนะนกแค่โชคดีได้รับโอกาสดีๆ แล้วเวลาได้รับโอกาสอะไรควรทำด้วยความจริงใจ เพราะถ้าเราโกหกมันจะได้อะไรที่ไม่ยาวต่อให้ล้มก็กลับมาไม่ได้เลยค่ะ

และตอนนี้นกก็ต่อยอดพาคนจากไทยไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีทำโปรดักซ์ความงานทำหลายอย่างเจ้าของคลินิกด้วยแต่ของนกจะทำพวกฉีดอย่างเดียว โบท็อกซ์ ร้อยไหม อะไรแบบนี้แต่ถ้าเป็นการผ่าตัดนกจะส่งไปเกาหลีจะเป็นคุณหมอที่เขาออกรายการ Let me In คอนแท็คโดยตรงเหมือนนกเป็นพีอาร์ค่ะ”

“ฝากแง่คิดจากคนล้มสู่ “ความสำเร็จ”

“หัวใจสำคัญของนกคือ ความอดทน ความซื่อสัตย์ เวลาทำไรก็อย่าไปย่อท้อ ทำไปเถอะทำไปจนกว่ามันจะสำเร็จอดทน แล้วก็ขยันไว้คนที่มีโอกาสและขยันยังไงนะก็ชนะถ้าล้ม ส่วนตัวนกนะนกชอบเปรียบเทียบคนอื่นแบบตอนเด็กๆแม่เขาชอบแบบดูข้างบ้านดิ เขาเรียนเก่งเกรดสามเกรดสี่ ดูตัวเองซิตกทุกเทอมอยู่มาแบบนั้นนกเลยชอบเปรียบเที่ยบตัวเองกับคนอื่นอยู่เสมอ กับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่เขานำหน้าไปกว่าเรา ถ้าเราล้มก็มองเขาๆ เองยังลุกได้เลยทำไมเราถึงไม่ลุกทำไมเราไม่สู้ไม่ได้มองว่าเขาได้ดีกว่าหรืออะไร ดูเขาขยันยังไงคนรวยสู้คนขยันไม่ได้นะรวยมันก็หมดนกผ่านจุดนั้นมาแล้วร้อยล้านก็หมดขยันยังไงก็ไม่มีวันอดตายค่ะ”

สาวนกก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นตัวอย่างที่ Sanook News! เลือกนำมาถ่ายทอดและต้องการเสนอให้เห็นถึงการสู้ชีวิตที่แม้เธอจะเคยหลงและเหลิงไปแต่ก็กลับมายืนได้อีกครั้งเพียงแค่เปลี่ยนความคิดพร้อมพลิกชีวิตตัวเองด้วยการมีต้นทุนคือความมุ่งมั่นและอดทนจนประสบความสำเร็จได้อย่างภาคภูมิใจ

แฟนคลับ EXO แน่นเซ็นทรัลลาดพร้าว

ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน พร้อมดูแลแฟนคลับศิลปินเกาหลี วง EXO ที่ เซ็นทรัลลาดพร้าว

แฟนคลับ EXO แน่นเซ็นทรัลลาดพร้าว

พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน กล่าวถึงการจัดกิจกรรมมีตแอนด์กรี๊ด และแจกลายเซ็นของศิลปินบอยแบนด์จากเกาหลี วง EXO ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันนี้ บริเวณลานหน้าศูนย์การค้า เซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการจราจร ว่าก่อนหน้านี้ตำรวจได้มีการประชุมร่วมกับทางห้าง เพื่อปรับแผนการจราจร โดยได้ย้ายป้ายรถเมล์หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

โดยวันนี้กำลังตำรวจจราจร สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่จาก ขสมก. มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ทำการปิดการจราจรช่องรถเมล์ด้านในหน้าห้างสรรพสินค้าเป็นการชั่วคราว และยกแท่งแบริเออร์ ออกจากถนนพหลโยธินด้านหน้าห้าง

นอกจากนั้น ทางห้างจะติดตั้งฉากกั้นเพื่อไม่ให้ประชาชนที่ขับขี่อยู่บนถนนมองเห็นป้องกันการชะลอรถเพื่อดูกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้การจราจรติดขัดเพิ่มมากขึ้น ขณะที่บรรยากาศบริเวณลานด้านหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว มีบรรดากลุ่มแฟนคลับกว่า 3,000 คนมาเฝ้ารอกันจำนวนมากซึ่งบางคนมานั่งรอจับจองพื้นที่ตั้งแต่เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา เพื่อจะได้รอพบศิลปินชื่นชอบแบบใกล้ชิด