ย้ายที่ควบคุมตัว,วัฒนา, คสช.,ปัดตอบ, ปล่อยตัว,พร้อมให้ลงนามหนังสือรับทราบ

ย้ายที่ควบคุมตัว “วัฒนา” คสช.ปัดตอบ ปล่อยตัวเมื่อใด พร้อมให้ลงนามหนังสือรับทราบ

ย้ายที่ควบคุมตัว “วัฒนา” คสช.ปัดตอบ ปล่อยตัวเมื่อใด พร้อมให้ลงนามหนังสือรับทราบ

เมื่อวันที่18 เมษายน แหล่งข่าวคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงการควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยว่า ในการเชิญตัวนายวัฒนาในวันนี้เนื่องจากนายวัฒนาได้ขัดคำสั่งและฝ่าฝืนคำสั่งของคสช. โดยมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ พ.ค.2557

หลังจากที่ให้นักการเมืองมารายงานตัว และมีการทำสัญญาว่าจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง แต่นายวัฒนายังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองมาโดยตลอด ด้วยการแสดงความคิดเห็นในเชิงชี้นำผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งทางคสช.ได้มีคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการเชิญนายวัฒนามาพูดคุยในวันที่ 17 ก.ค.2558 วันที่ 2 มี.ค.2559 และวันที่ 18 เม.ย. 2559 ซึ่งนายวัฒนาไม่เคยทำตามข้อตกลงที่ลงนามไว้กับคสช.ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำหนังสือบันทึกแจ้งควบคุมตัว ให้นายวัฒนาลงนามในหนังสือดังกล่าว โดยมีเนื้อหาระบุว่า

ข้าพเจ้านายวัฒนา เมืองสุข ได้ถูกควบคุมตัวตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ในความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามประกาศคสช. ฉบับที่ 39/2557 ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. 2559 จนถึง…. อีกทั้งในท้ายบันทึกยังเขียนอีกว่า ข้าพเจ้าได้รับการแจ้งการควบคุมตัวดังกล่าวเป็นที่เข้าใจแล้ว จึงลงนามลายมือชื่อไว้เพื่อเป็นหลักฐาน พร้อมกับมีลายเซ็นของนายวัฒนากำกับ

แหล่งข่าวคสช. ยังเปิดเผยอีกว่า สำหรับสถานที่ควบคุมตัวนายวัฒนา ขณะนี้ได้เปลี่ยนมาใช้ค่ายทหารแห่งหนึ่งบริเวณปริมณฑล แทนที่เดิมคือมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) แล้ว อีกทั้งขอไม่บอกว่าจะปล่อยตัวนายวัฒนาได้เมื่อใด

รถบรรทุกฟาง,สูง 4 เมตร,ชนสะพาน ,เด็กท้ายรถร่วง,หน้าทิ่ม

รถบรรทุกฟางสูง 4 เมตรชนสะพาน เด็กท้ายรถร่วงหน้าทิ่ม

รถบรรทุกฟางสูง 4 เมตรชนสะพาน เด็กท้ายรถร่วงหน้าทิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (19 เม.ย.) สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งมีผู้ตกจากที่สูงบริเวณ ถ.อ่างทอง-ป่าโมก (สายเก่า) ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกสีฟ้า ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลยทะเบียน 83-8128 สุพรรณบุรี จอดคาอยู่บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

บนกองฟางมีผู้บาดเจ็บนั่งอยู่ 1 คน บริเวณด้านท้ายรถพบผู้บาดเจ็บอาการสาหัส มีเลือดไหลออกทางปากอยู่ตลอดเวลา ทราบชื่อต่อมาคือ นายมนัส อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบนำตัวคนเจ็บส่ง รพ.อ่างทอง อย่างเร่งด่วน ส่วนผู้บาดเจ็บอีกราย คือ ด.ช.สันธิชัย อายุ 12 ปี พบที่ศีรษะมีบาดแผลฉีกขาด แพทย์จึงทำการเย็บและปฐมพยาบาลเบื้องต้น

จากการสอบถาม นายไชยวุฒิ อายุ 57 ปี คนขับรถบรรทุก ให้การว่า ตนเองได้ขับรถบรรทุกฟางมาจาก อ.ป่าโมก เพื่อจะนำไปส่งบริเวณลานดินใกล้กับโรงเรียนสตรีอ่างทอง ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 3 กิโลเมตร

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นเนื่องจาก เด็กเรียงก้อนฟางผิด ปกติจะเรียงในลักษณะแนวนอน ซึ่งถ้าเรียงตามปริมาณก้อนฟางที่บรรทุกมาจะพอดี ไม่มีส่วนใดยื่นออกมา หรือสูงเกินกว่าสะพานได้ แต่ครั้งนี้คนเรียงเป็นคนละคนกับทุกครั้ง อีกทั้งตนเองไม่ได้มีการตรวจดูก่อน เพิ่งจะมาสังเกตเห็นเมื่อตอนเกิดเหตุแล้ว

ด้าน นายณรงค์ ผู้ขับขี่รถที่ตามหลัง เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ระหว่างที่รถเข้าโค้งก่อนที่จะถึงสะพานนั้น ตนเองมองเห็นแล้วว่ารถบรรทุกฟางคงไม่พ้นสะพานอย่างแน่นอน จึงได้บีบแตรเพื่อแจ้งเตือนให้คนขับทราบ

ระหว่างนั้น คนที่อยู่ด้านบน 2 – 3 คน ต่างรีบกระโดดลงหาช่องว่างของฟาง เพื่อแทรกตัวลงไปให้พ้นจากสะพานที่กำลังจะถึง แต่ด้วยความเร็วทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านท้ายไม่สามารถหลบหลีกได้พ้น จึงกระแทกเข้ากับสะพาน และหล่นลงมาในลักษณะเอาหน้าลงพื้น

จากนั้นรถบรรทุกฟางจึงจอด ตนเองเห็นแล้วจึงรีบจอดรถลงมาดูผู้บาดเจ็บ ประกอบกับมีป้อมตำรวจอยู่ใกล้ ๆ จึงรีบวิ่งไปแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่ารถบรรทุกฟางคันดังกล่าว ได้บรรทุกมาในระดับความสูงที่เกินกว่าสะพาน จนเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ด้านบนรถชนกับสะพาน ตกลงมาได้รับบาดเจ็บ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ขับขี่ ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ

ปนัดดาลงพื้นที่โครงการเล่นน้ำประหยัดปลอดภัย

ปนัดดาลงพื้นที่โครงการเล่นน้ำประหยัดปลอดภัย

ปนัดดาลงพื้นที่โครงการเล่นน้ำประหยัดปลอดภัย

หม่อมหลวงปนัดดา ลงพื้นที่โครงการเล่นน้ำประหยัด ปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค ขอเล่นตามประเพณีหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และสำนักงานเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร รวมลงพื้นที่ในโครงการเล่นน้ำประหยัด ปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค ที่ถนนข้าวสาร เนื่องจากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีสถานที่หลายแห่งจะมีการจัดกิจกรรมให้ประชาชนเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ซึ่งมักจะมีผู้บริโภคบางกลุ่มนำเครื่องเล่นฉีดน้ำที่ใช้แรงอัดกระแทกสูงมาใช้ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ทั้งนี้ หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวว่า ในการเดินรณรงค์ครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเป็นการป้องการการลักลอบขายเครื่องเล่นฉีดน้ำที่มีลักษณะดังกล่าวและรณรงค์ให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความเป็นอันตรายจากการใช้เครื่องฉีดน้ำ รวมทั้งเล่นสงกรานต์ในลักษณะศึกษาประเพณีไทย และขอความร่วมมือให้เล่นน้ำในพื้นที่ที่เตรียมไว้ใช้ขันตักน้ำสาด แทนการใช้สายยางฉีดเพื่อเป็นการช่วยกันประหยัดน้ำอีกหนึ่งทาง

วิษณุ,จ่อชง,งบประชามติ2,991ล.,รอกกต.,ชัดวันลงเสียง

วิษณุจ่อชงงบประชามติ2,991ล.รอกกต.ชัดวันลงเสียง

วิษณุจ่อชงงบประชามติ2,991ล.รอกกต.ชัดวันลงเสียง

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย จ่อชงงบประชามติ 2,991 ล้าน รอ กกต. ชัดวันลงเสียงไม่ปิดกั้นความคิดเห็น เผย สนช. ส่งคำถามพ่วงไปแล้วไม่สามารถแก้ไขได้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย เปิดเผยภายหลังการประชุมการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุมวันนี้มีความชัดเจนในหลายประเด็น และเบื้องต้นยังยืนยันวันออกเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม เวลา 08.00 น.-16.00 น. ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.จะต้องไปประชุมเพื่อยืนยันวันออกเสียงอีกครั้ง นอกจากนี้จะนำงบการจัดทำประชามติจำนวน 2991 ล้านบาทเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 12 เม.ย.นี้เพื่อขอความเห็นชอบ นอกจากนี้ ในส่วนของการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ทาง กกต.จะเผยแพร่ตัวร่างรัฐธรรมนูญ เอกสารสรุป อินโฟรกราฟฟิกและการ์ตูนที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.จัดทำขึ้น รวมถึงเผยแพร่คำถามพ่วงประชามติพร้อมคำอธิบายสั้นๆ ใส่ซองส่งให้ประชาชนรับทราบ ขณะเดียวกันจะมีการจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์เพื่อเชิญบุคคลมาแสดงความคิดเห็นแต่ไม่ใช่การดีเบตกัน

ทั้งนี้ กรธ.จะเดินสายอธิบายตัวร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนรับทราบตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติอนุญาต และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.จะเดินสายอธิบายคำถามพ่วงประชามติตามที่ พ.ร.บ.อนุญาติเช่นกัน โดย พ.ร.บ. ได้กำหนดบทลงโทษชัดเจนอยู่แล้วว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ แต่เรื่องใดที่ยังไม่ชัดเจนได้ให้ กกต.ไปทำให้มีความชัดเจน แต่เรื่องใดที่ไม่ขัดกฏหมายก็สามารถทำได้ ยกเว้นการบิดเบือนข้อความหรือใช้คำหยาบสร้างความแตกแยกที่ไม่สามารถทำได้

“วิษณุ”ย้ำแสดงความเห็นร่างรธน.ได้แต่ต้องไม่ขัดแย้ง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย กล่าวถึงการแก้ถ้อยคำในคำถามพ่วงประชามติว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ได้ส่งคำถามพ่วงไปแล้วเมื่อวันที่ 8 เม.ย. และมีการเตรียมจัดพิมพ์จึงไม่มีใครปรับปรุงแก้ไขได้อีก และหากมีใครคิดว่าลักษณะคำถามมีความสุ่มเสียงก็ไม่สามารถฟ้องศาลได้ ขณะที่การแสดงความคิดเห็นต่อคำถามพ่วงประชามติ หรือเชิญชวนให้รับหรือไม่รับสามารถทำได้แต่ต้องไม่ให้เกิดความขัดแย้ง นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึงการตั้งโต๊ะแถลงเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญของพรรคการเมือง ว่า หากมีความสุจริตและแสดงให้เห็นถึงบรรยากาศประชาธิปไตยก็สามารถทำได้ แต่หากบิดเบือนหรือสร้างความขัดแย้งไม่สามารถทำได้

“วิษณุ”ไม่ทราบคสช.จะใช้ม.44ประมูลคลื่น900

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ต ว่า ยังบอกไม่ได้ เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวมีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ออกมาแถลงว่าจะมีการออกคำสั่งตาม มาตรา 44 เกี่ยวกับการประมูลคลื่นดังกล่าวนั้น ส่วนตัวไม่ทราบเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวถือเป็นอำนาจของ กสทช. ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล แต่เมื่อมีปัญหาจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 เข้ามาจึงเกี่ยวข้องกับ คสช. และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีที ในฐานะตัวแทนรัฐบาลเพียงหน่วยงานเดียวก็ต้องรับรู้ แต่หาก กสทช.สามารถดำเนินการได้ด้วยวิธีปกติก็ถือเป็นอำนาจ กสทช. ทั้ง 100% นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้ กสทช. อยู่ระหว่างการบริหารเวลาว่าจะทำอย่างไรให้การประมูลรวดเร็วขึ้น ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับบอร์ด กสทช. ส่วนตนเอง กระทรวงไอซีที และนายฐากร มีหน้าที่สรุปและรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาออกคำสั่ง แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนดังกล่าว เพียงแต่รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น

ตร.ท่องเที่ยวเข้ม นทท.จีน ทะลักช่วงสงกรานต์

ตร.ท่องเที่ยวเข้ม นทท.จีน ทะลักช่วงสงกรานต์

ตร.ท่องเที่ยวเข้ม นทท.จีน ทะลักช่วงสงกรานต์

ผบก.ท่องเที่ยว สั่งดูแแลเข้ม นักท่องเที่ยวจีน แห่ทะลักสงกรานต์ในไทย ระดมกำลังเข้าพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ไร้ข่าวแก๊งข้ามชาติเข้าไทยพลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ในช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ ตั้งแต่ 11- 17 เมษายน นี้ ทางตำรวจท่องเที่ยวได้วางมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเอาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลนี้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่ตัวเลข เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยถึงวันละ 3 หมื่นคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตำรวจท่องเที่ยวจับตาเป็นพิเศษ ดังนั้น ทางตำรวจท่องเที่ยว ได้ระดมสรรพกำลัง จากพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวไม่มาก มาเสริมกำลังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาจำนวนมาก อาทิ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต อุดรธานี เกาะสมุย พัทยา เป็นต้น ซึ่งจะทำให้มีกำลังเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ทางการข่าว เกี่ยวกับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ที่อาจจะใช้ช่วงจังหวัดนี้เข้ามาก่อเหตุ หรือทำผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งยังไม่ปรากฎแก๊งหรือบุคคลอันตรายเข้ามาในประเทศไทยแต่อย่างใด  แต่ทางตำรวจท่องเที่ยวไม่ได้ประมาท ได้สนธิกำลังกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจสันติบาล และตำรวจท้องที่ ในการเฝ้าระวังคนกลุ่มนี้อยู่ตลอดเวลา

ปชช.ออกตจว. สงกรานต์แน่น-ทล. คาด12เมย.มากสุด

ปชช.ออกตจว. สงกรานต์แน่น-ทล. คาด12เมย.มากสุด

ปชช.ออกตจว. สงกรานต์แน่น-ทล. คาด12เมย.มากสุด

บรรยากาศที่สถานีรถไฟหัวลําโพงคึกคัก ประชาชนเริ่มหนาแน่น การรถไฟฯพร้อมเพิ่มเที่ยวรองรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ แล้ว ด้าน ทล. คาด 12 เม.ย.รถมากสุดเตรียมพร้อม 24 ชม.บรรยากาศการเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ที่สถานีรถไฟหัวลําโพงในขณะนี้คึกคักไปด้วยประชาชน โดยพบว่าวันนี้มีจำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อวาน ในขณะที่บริเวณอาคารผู้โดยสารค่อนข้างหนาแน่น แต่ช่องจำหน่ายตั๋วยังให้บริการได้อย่างคล่องตัว เนื่องจากผู้โดยสารส่วนใหญ่ได้มีการจองตั๋วไว้ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ทางสถานีรถไฟหัวลำโพงได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย สอดส่องกลุ่มมิจฉาชีพ ที่อาจแฝงตัวมาในช่วงที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก ตลอดจนให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ทั้งในบริเวณสถานี ชานชาลา และบนขบวนรถ

นอกจากนี้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังได้เพิ่มเที่ยวรถในการรองรับการเดินทางของประชาชน และยังได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย คุมเข้มบนขบวนรถและสถานีรถไฟให้ปลอดแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารที่มาใช้บริการด้วย

วธ.ออก 6 มาตรการ คุมเข้ม! เล่นสงกรานต์ ฝ่าฝืนมีโทษ

วธ.ออก 6 มาตรการ คุมเข้ม! เล่นสงกรานต์ ฝ่าฝืนมีโทษ

วธ.ออก 6 มาตรการ คุมเข้ม! เล่นสงกรานต์ ฝ่าฝืนมีโทษ

กระทรวงวัฒนธรรมจับมือกับตำรวจ ออกมาตรการคุมเข้มช่วงวันสงกรานต์ หากใครฝ่าฝืนจะมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

วันที่ 8 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออก 6 มาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่

1. ส่งเสริมการเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถูกต้องเหมาะสมตามวัฒนธรรมประเพณีไทย

2. รณรงค์ให้แต่งกายสุภาพ ห้ามแต่งกายโป๊หรืออนาจาร

3. กำกับดูแลและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม

4. ห้ามไม่ให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่และโดยสารยานพาหนะ ตลอดจนขณะเล่นน้ำสงกรานต์ และห้ามจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในบริเวณที่มีการจัดงานสงกรานต์

5. รณรงค์ใช้ขันน้ำขนาดเล็ก แทนการใช้อุปกรณ์เล่นน้ำที่อาจเกิดอันตราย โดยเฉพาะปืนฉีดน้ำแรงดันสูง

6. เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย โดยจะลงโทษในอัตราสูงสุดกับผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 12-17 เม.ย. กระทรวงวัฒนธรรม ได้เปิดสายด่วน 1765 เพื่อรับแจ้งเบาะแสพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จากประชาชนทั่วประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากตรวจพบจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

ตร.9หมื่นนายพร้อมดูแลช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วไทย

ตร.9หมื่นนายพร้อมดูแลช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วไทย

ตร.9หมื่นนายพร้อมดูแลช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วไทย

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผย ตำรวจ 9 หมื่นนายทั่วประเทศ พร้อมดูแล ปชช. เทศกาลสงกรานต์ในทุกมิติแล้ว เน้นอาชญากรรม การเดินทางให้ปลอดภัยพลตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ โดยคาดว่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 – 17 เมษายนนี้ ทางตำรวจได้บูรณาการในทุกมิติเพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และการท่องเที่ยวในเทศกาลดังกล่าว โดยวางกำลังตำรวจไว้ทั้งหมดประมาณ 90,000 นาย ดูแลในทุกมิติความปลอดภัย โดยเน้นไปที่ปัญหาอาชญากรรมที่อาจจะเกิดขึ้น และความปลอดภัย

ด้านการจราจร บนถนนหลวงและถนนรอง ซึ่งปัญหาอาชญากรรมให้หน่วยตำรวจที่เกี่ยวข้องดูแล ไม่ว่าจะเป็นตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจท้องที่ ส่วนการจราจรเดินทางกลับภูมิลำเนา จะเข้มข้นแง่กฎหมาย เช่น เมาแล้วขับ จะส่งฟ้องศาลหรือยึดรถทันที และการขับรถประมาทหวาดเสียว ทำให้คนอื่นเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ จะส่งอัยการเพื่อให้ศาลสั่งยึดทันทีเช่นกัน ถือว่าเป็นมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น

โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า โดยภาพรวมแล้วถือว่าเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ จะเข้มข้นเรื่องกฎหมายในทุกเรื่อง ทั้งนี้ ก็เพื่อความเรียบร้อยและปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก

อดีตพระครูปลัดวรสุพัชร์โดดคอนโดหนีตร.ดับ

อดีตพระครูปลัดวรสุพัชร์โดดคอนโดหนีตร.ดับ

อดีตพระครูปลัดวรสุพัชร์โดดคอนโดหนีตร.ดับ

อดีตพระครูปลัดวรสุพัชร์ ผู้ต้องหาคดียักยอกเงิน กระโดดคอนโดสูง 21 ชั้น หนีตำรวจ เสียชีวิตคาที่ร.ต.อ.สุพจน์ แรกไธสง รองสารวัตร(สอบสวน) สน.บุคคโล รับแจ้งเหตุชายกระโดดจากที่สูงเสียชีวิต ภายในคอนโดแห่งหนึ่งย่านรัชดา-ท่าพระ  จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นคอนโดสูง 29 ชั้น จำนวน 2 อาคาร เหตุเกิดด้านหลังอาคารบี บริเวณริมรั้วของคอนโดดังกล่าว ซึ่งเป็นเล้าเลี้ยงไก่ของชาวบ้าน พบศพ นายวรสุพัชร์ สุรีวรานนทร์ อายุ 27 ปี สภาพศพกระดูกแตกละเอียด มีเลือดออกจากศีรษะเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ได้นำหมายจับเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ติดกับคอนโดดังกล่าว โดยผู้ต้องหามีหมายจับ 2 หมาย ในคดียักยอกทรัพย์ใน จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี เกี่ยวข้องกับวัดชื่อดังขณะที่บวชอยู่และหลบหนีคดีมาเช่าห้องที่ห้องพักดังกล่าว จึงนำตัวผู้ต้องหามาค้นห้องพัก เลขที่ 18/ 740 ตรวจค้นพบของกลางจำนวนมาก ในขณะทำการค้นห้อง ผู้ต้องหาได้อาศัยจังหวะเจ้าหน้าที่เผลอวิ่งหลบหนีออกไปนอกระเบียงและล็อคประตูระเบียง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมใช้เวลาเจรจากว่า 15 นาที และได้ประสานเบาะลม พร้อมรถกระเช้ามารองรับ แต่ไม่ทันการ ผู้ต้องหาตัดสินใจกระโดดระเบียงฆ่าตัวตายก่อน

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาเคยตกเป็นข่าว เมื่อ 29 ก.พ. ขณะบวชเป็นพระชื่อ “พระปลัดวรสุพัชร์ ปิติธรรมโม” รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดชากใหญ่ ซึ่งตำรวจภูธรแหลมสิงห์ ได้เข้าปิดล้อมกุฏิพร้อมเชิญผู้นำชุมชน และเจ้าคณะตำบลร่วมตรวจสอบ แต่ไม่พบ พระปลัดวรสุพัชร์ คาดว่าไหวตัวทันและหลบหนีไปก่อน ซึ่งก่อนหน้าที่จะบวชผู้ต้องหาเคยยักยอกเงิน 2 แสนบาท ที่ จ.ระยอง และหนีมาบวชที่วัดชากใหญ่ จ.จันทบุรี และยักยอกทรัพย์กว่า 10 ล้านก่อนถูกออกหมายจับ จ.จันทบุรี

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ต้องหาเสียชีวิตขณะอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบประกอบด้วยผู้แทนจาก 4 ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายปกครอง อัยการ และแพทย์

ปลัดพม.กำชับช่วยเหลือเด็กป.6ยากจนสอบโอเน็ตได้ที่1

ปลัดพม.กำชับช่วยเหลือเด็กป.6ยากจนสอบโอเน็ตได้ที่1

ปลัดพม.กำชับช่วยเหลือเด็กป.6ยากจนสอบโอเน็ตได้ที่1

ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ชื่นชมและกำชับช่วยเหลือเด็ก ป.6 สอบโอเน็ตได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ของประเทศ แต่ฐานะยากจน ที่ จ.พัทลุงนายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) กล่าวว่า จากกรณีเด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง สามารถสอบโอเน็ตได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ของประเทศ แต่ครอบครัวมีฐานะยากจน อาศัยอยู่กับพ่อแม่ และน้องสาว ในบ้านสภาพเก่าทรุดโทรมกลางทุ่งนา ด้าน เด็กหญิง เปิดเผยว่า ตนเองไม่เคยเรียนพิเศษ หรือเรียนเสริมจากที่ใด ตนขอชื่นชมความมุ่งมั่น

พยายามและความอดทนของเด็กหญิงดังกล่าว ที่ไม่ได้นำฐานะของครอบครัวมาเป็นอุปสรรคในการศึกษาเล่าเรียนจนประสบความสำเร็จ ตนได้กำชับให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุง (พมจ.พัทลุง) เร่งลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นและอุปกรณ์การศึกษา โดยเฉพาะให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องการศึกษาของเด็กหญิงดังกล่าวอย่างต่อเนื่องระยะยาว และในการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านให้มีความมั่นคงแข็งแรงถูกสุขลักษณะต่อไป

พม.ช่วยเหลือเด็กกตัญญูพิการแขนลีบหาเงินช่วยครอบครัว

นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) กล่าวว่า สำหรับกรณีเด็กชายอายุ 14 ปี เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความพิการทางด้านร่างกายมีแขนข้างซ้ายลีบ อาศัยอยู่ในบ้านไม่มีเลขที่ ในพื้นที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ครอบครัวมีฐานะยากจน มีรายได้เพียงเบี้ยความพิการเดือนละ 800 บาท จึงใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน โดยการขายข้าวเหนียวสังขยาและลูกชุบ สร้างรายได้เพิ่มวันละประมาณ 500 บาทนั้น ตนขอชื่นชมความตั้งใจจริงและความขยันหมั่นเพียรของเด็กชายดังกล่าวที่ไม่นำความพิการมาเป็นอุปสรรคในการช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว โดยใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการสร้างรายได้เสริม ตนได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) เร่งลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นและอุปกรณ์การศึกษา โดยเฉพาะการให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องสิทธิและสวัสดิการของคนพิการ เพื่อให้เด็กชายดังกล่าวสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้ตามสิทธิของกฎหมายต่อไป